
เช็กความพร้อม ท๊อป6ลีกสูงสุดผู้ดี
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โค้ช : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ฤดูกาลที่แล้ว
กองทัพปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และรองแชมป์ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มาครอง โดยมี ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ เป็นดาวยิงประตูสูงสุดของทีม โดยทำได้ถึง 21 ประตู
จุดเด่น : กองหน้า
หลังน้องใหม่อย่าง “เจ้าถั่วน้อย” ชิชาริโต ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ โชว์ฟอร์มเข้าขาได้ดีกับ เวย์น รูนีย์ ส่งผลให้ดาวยิงอย่าง เบอร์บาตอฟ ก็หลุดจากการเป็น 11 ตัวจริงของทีมที่เซอร์ เฟอร์กี พาไปเล่นนัดชิงศึกแชมเปียนส์ลีก แต่แล้วแมนฯ ยูไนเต็ด ก็แพ้ให้กับบาร์เซโลนา ทว่าในพรีเมียร์ลีกนั้น ทีมผีแดงถือว่ามีกองหน้าที่ดีที่สุดทีมหนึ่ง
นักเตะย้ายเข้า :
ดาบิด เด เคอา (ผู้รักษาประตู/อายุ 20 ปี/แอตเลติโก มาดริด) มูลค่า 17.8 ล้านปอนด์ (ราว 872.2 ล้านบาท), ฟิล โจนส์ (กองหลังกองกลางตัวรับ/19 ปี/แบล็กเบิร์น) ซื้อเข้ามาในราคา 16.5 ล้านปอนด์ (ราว 808.5 ล้านบาท) และ แอชลีย์ ยัง (ปีกกองกลางตัวบุก/26 ปี/แอสตัน วิลลา) 16 ล้านปอนด์ (ราว 784 ล้านบาท)
นักเตะย้ายออก :
“เบเบ้” ตีอาโก มานูเอล ดีอัส กอร์เรยา (ปีกกองหน้า/21 ปี/เบสิกตัส) ให้ยืมตัว, โอเวน ฮาร์กรีฟส์ (กองกลาง/30 ปี) ไม่ต่อสัญญา), พอล สโคลส์ (กองกลาง/36 ปี) รีไทร์, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ (ผู้รักษาประตู/40 ปี) รีไทร์, เวส บราวน์ (แบ็กขวาเซ็นเตอร์/31 ปี/ซันเดอร์แลนด์) 1 ล้านปอนด์ (ราว 49 ล้านบาท) จอห์น โอเชีย (กองหลัง/30 ปี/ซันเดอร์แลนด์) ไม่เปิดเผยราคา
จุดด้อย : นายทวาร
ดาบิด เด เคอา ยังต้องพิสูจน์ฝีมือเพื่อลงเป็นตัวจริงในการเฝ้าเสาประตู หลังนายทวารประสบการณ์สูงอย่าง ฟาน เดอร์ ซาร์ แขวนถุงมือเลิกเล่นบอลอาชีพไปแล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดจากศึกคอมมูนิตี ชีลด์ ที่แมนฯ ยูไนเต็ด แซงกลับมาชนะเพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ซิตี 32 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยหลายคนวิจารณ์ว่านายทวารชาวสเปนยังมีอาการเกร็งอยู่ คงต้องดูต่อไปว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับบรรยากาศพรีเมียร์ลีกได้เร็วแค่ไหน
ฤดูกาลนี้
เซอร์ อเล็กซ์ ลงทุนกับผู้เล่นอายุน้อย เพราะฉะนั้นผลงานจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวให้เข้ากับทีมชุดใหญ่ได้เร็วแค่ไหน
เชลซี
โค้ช : อังเดร บียาส โบอาส
ฤดูกาลที่แล้ว
“สิงห์บลู” เป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก และถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกแชมเปียนส์ลีก โดยมี นิโกลาส์ อเนลกา เป็นดาวซัลโวประจำทีมซัดไป 16 ประตู แต่หลังคว้าไม่ได้แม้แต่ถ้วยเดียว คาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชชาวอิตาเลียน ก็โดนเด้งเรียบร้อย
จุดเด่น : แผนการทำเกม
โบอาส กุนซือชาวโปรตุกีสวัย 33 ปี ที่พาปอร์โตไปคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ถูกดึงเข้ามาคุมทีมด้วยค่าตัวถึง 15 ล้านยูโร (ราว 645 ล้านบาท) ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมเลยทีเดียว สมัยที่เขาเริ่มเป็นโค้ชให้ทีมอะคาเดมิกา ที่กำลังหนีตกชั้นในลีกโปรตุเกส โบอาสฝึกให้นักเตะของเขาส่งบอลสไตล์บาร์เซโลนา แทนที่จะรีบส่งบอลยาวเหมือนกับหลายๆ ทีมในพรีเมียร์ลีกมักนิยมทำกัน
และหากเขาสามารถทำให้นักเตะเชลซีสามารถเล่นสไตล์ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนาได้ “สิงห์บูล” จะเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับแชมป์เก่าอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ชวดชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกมาถึง 2 ครั้ง ก็เพราะทีมบาร์ซานี่แหละ
นักเตะย้ายเข้า:
ลูกาส เปียซอน (กองกลางตัวรุก/17 ปี/เซา เปาโล) ไม่เปิดเผยค่าตัว, โอรีออล โรเมอู (กองกลางตัวรับ/19 ปี/บาร์เซโลนา) 4.4 ล้านปอนด์ (ราว 215.6 ล้านบาท)
นักเตะย้ายออก:
ทิบาวด์ คอร์ทอยส์ (ผู้รักษาประตู/19 ปี/แอตเลติโก มาดริด) ให้ยืมตัว, เจฟฟรีย์ บรูมา (กองหลัง/19 ปี/ฮัมบูร์ก) ให้ยืมตัว, ไมเคิล วูดส์ (กองกลาง/ 21 ปี) ปล่อยตัว
จุดด้อย : ทีมเวิร์กกองกลางกับตอร์เรส
ในฤดูกาลที่แล้ว เฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่หลายคนหวังว่าจะมาเป็นดาวยิงให้เชลซี ทำผลงานได้น่าผิดหวังมาก เมื่อเทียบกับค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,450 ล้านบาท) รวมทั้งที่เขาเคยทำได้กับลิเวอร์พูล ก่อนจะย้ายมา และถ้าปีนี้ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเล่นของกองกลางเชลซีได้ ก็มีหวังโดนนั่งสำรองจนก้นชาแล้วรอย้ายทีมแน่
ฤดูกาลนี้
ผลงานจะขึ้นอยู่กับแผนการทำเกมเป็นหลัก เพราะดูจากแต่ละตำแหน่งแล้ว เชลซีมีผู้เล่นทั้งตัวจริงและสำรองคุณภาพแน่นไปหมด เรียกว่าสามารถลงสลับสับเปลี่ยนแทนกันได้สบายมาก
แมนเชสเตอร์ ซิตี
โค้ช : โรแบร์โต มันชินี
ฤดูกาลที่แล้ว
หลังทุ่มเงินซื้อตัวนักเตะไปอย่างมหาศาลสมกับมีเจ้าของทีมเป็นเศรษฐีดูไบจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในที่สุดทีม “เรือใบสีฟ้า” ก็มีถ้วยศึกเอฟเอ คัพ เป็นใบแรกมาประดับสโมสร เพราะโทรฟีล่าสุดก่อนหน้านี้ต้องย้อนไปถึงแชมป์ลีก คัพ ปี 1969 โน่นแน่ะ แต่การคว้าอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก พร้อมโควตาไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรป “แชมเปียนส์ลีก” ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยมี คาร์ลอส เตเวซ เป็นดาวยิงที่ทำไป 23 ประตู
จุดเด่น : ‘กุน’ แซร์จิโอ อกูเอโร
ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์ ดีกรีลูกเขย “เสือเตี้ย” ดีเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะอาร์เจนตินา ซึ่งต้องการย้ายมาเล่นกับทีมใหญ่ เพื่อไล่ล่าความสำเร็จ โดยเฉพาะอยากจะชูถ้วยรางวัลกับเขาบ้าง
นักเตะย้ายเข้า :
แซร์จิโอ อกูเอโร (กองหน้า/23 ปี/แอตเลติโก มาดริด) ค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,862 ล้านบาท), สเตฟาน ซาวิช (กองหลัง/20 ปี/ปาร์ติซาน เบลเกรด) 6 ล้านปอนด์ (ราว 294 ล้านบาท), กาเอล กลิชี (แบ็กซ้าย/26 ปี/อาร์เซนอล) 7 ล้านปอนด์ (ราว 343 ล้านบาท)
นักเตะย้ายออก :
โจ (กองหน้า/24 ปี/อินเตอร์นาซิอองนาล) ไม่เปิดเผยค่าตัว, เชย์ กิฟเวน (ผู้รักษาประตู/35 ปี/แอสตัน วิลลา) 3.5 ล้านปอนด์ (ราว 171.5 ล้านบาท), เจโรม บัวเต็ง (กองหลัง/22 ปี/บาเยิร์น มิวนิก) 10 ล้านปอนด์ (ราว 490 ล้านบาท), ไมเคิล จอห์นสัน (กองกลาง/23 ปี/เลสเตอร์) ให้ยืมตัว), ปาทริก วิเอรา (กองกลางตัวรับ/35 ปี) รีไทร์, ชาเลม โลแกน (กองหลัง/23 ปี/เบรนท์ฟอร์ด) ไม่มีค่าตัว, จาวาน วิดาล (แบ็กขวา/22 ปี) ปล่อยตัว, เบ็น มี (กองหลัง/21 ปี/เบิร์นลีย์) ให้ยืมตัว, แอบดิ ซาลาม อิบราฮิม (กองกลาง/ 20 ปี/เอ็นอีซี) ให้ยืมตัว
จุดด้อย : ฟอร์มไม่ค่อยแน่นอนนัก
ทำให้ขาดความสม่ำเสมอในการเล่นระบบเก็บแต้มสะสมเพื่อเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก
ฤดูกาลนี้
หลังทุ่มทุนซื้อนักเตะชื่อดังเข้ามาหลายคน ก็คงต้องรอดูสิว่าพวกเขาสามารถเล่นเข้าขากันได้หรือไม่ หากทำได้ดี แมนฯ ซิตี ก็มีโอกาสที่ดีมากในการแข่งขันกับทีมชั้นนำทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก
อาร์เซนอล
โค้ช : อาร์แซน เวนเกอร์
ฤดูกาลที่แล้ว
ถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี เบียดตกไปอยู่ที่ 4 และเป็นปีที่ 6 แล้วที่พวกเขาไร้ถ้วยติดมือเมื่อจบฤดูกาล แม้ศูนย์หน้าอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี จะช่วยยิงให้ทีมถึง 22 ประตูก็ตาม
จุดเด่น : เด็กฝึกหัดหน้าใหม่
แจ็ก วิลเชียร์ (กองกลาง/19 ปี) โชว์ผลงานได้ดีกับอาร์เซนอลในปีที่แล้ว และนั่นก็ทำให้เขาติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ พร้อมกับคว้ารางวัลแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (พีเอฟเอ) แถมยังมีชื่อติดอยู่ในลิสต์นักเตะ 11 คนของทีมแห่งปีของพีเอฟเอด้วย
เอ็มมานูเอล ฟริมปอง (กองกลาง/19 ปี) มีสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งในการเข้าถึงตัวฝ่ายตรงข้าม และเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ไมเคิล เอสเซียง ของเชลซี
เฮนรี แลนสบูรี (กองกลาง/20 ปี) เด็กคนนี้เวนเกอร์มั่นใจว่ามีความสามารถและสภาพจิตใจที่แกร่งพร้อมลงช่วยทีมชุดใหญ่ได้
เรียว มิยาอิชิ (ปีก/18 ปี) หลังไปเล่นให้เฟเยนูร์ดมา 1 ปี เขาก็โชว์เทคนิคการส่งบอลและความเร็วให้ได้เห็น จนถูกเปรียบเทียบกับ โรนัลดินโญ, คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี เลยทีเดียว เหลือแค่รอให้กระดูกแข็งแรงพอจะรับมือกับเกมในพรีเมียร์ลีกได้ เรียวก็อาจก้าวขึ้นเป็นดาวคนใหม่ของทีมปืนใหญ่
อเล็กซ์ ออกซเลดแชมเบอร์เลน (ปีก/17 ปี) มีความเร็วจนได้ฉายา “นิว ธีโอ วัลคอตต์”
นักเตะย้ายเข้า :
แชร์วินโญ (ปีกกองหน้า/24 ปี/ลีลล์) 10.7 ล้านปอนด์ (ราว 524.3 ล้านบาท), คาร์ล เจนกินสัน (แบ็กขวา/19 ปี/ชาร์ลตัน) 1 ล้านปอนด์ (ราว 49 ล้านบาท)
นักเตะย้ายออก :
กาเอล กลิชี (แบ็กซ้าย/26 ปี/แมนฯ ซิตี) 7 ล้านปอนด์ (ราว 343 ล้านบาท), เดนิลสัน (กองกลาง/23ปี/เซา เปาโล) ให้ยืมตัว, โทมัส ครูซ (กองหลัง/20 ปี) ปล่อยตัว, มาร์ก แรนดอลล์ (กองกลาง/21 ปี/เชสเตอร์ฟิลด์) ไม่มีค่าตัว, เวลลิงตัน (ปีกกองหน้า/18 ปี/เลบานเต) ให้ยืมตัว, เจย์ เอ็มมานูเอล โธมัส (ปีกกองหน้า/20 ปี/อิปสวิช) ไม่เปิดเผยค่าตัว
จุดด้อย : ประสบการณ์
ทีมปืนใหญ่มักจะเริ่มฤดูกาลได้ดี เนื่องจากบรรดาเด็กใหม่เล่นได้อย่างมั่นใจ เพราะกุนซือเวนเกอร์ให้โอกาสพวกเขาได้ลงสนาม แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยไม่เก๋าพอ เวลาที่เล่นพลาดพวกเขาจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ และบางครั้งถึงกับทำให้รูปเกมเสียไปเลย
ฤดูกาลนี้
อาร์เซนอลน่าจะยังทำผลงานได้ดีไม่ว่าจะมี เชส ฟราเบกาส อยู่กับทีมหรือไม่ (คงไปบาร์เซโลนาแน่) แต่การคว้าถ้วยรางวัลแรกในรอบ 6 ปี น่าจะดูดีกว่าการเล่นเพียงเพื่อเก็บแต้มให้ทีมรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ของตารางพรีเมียร์ลีก
ทอตแนม ฮอตสเปอร์
โค้ช : แฮร์รี เรดแนปป์
นักเตะย้ายเข้า :
แบรด ฟรีเดล (ผู้รักษาประตู/40 ปี/แอสตัน วิลลา) ไม่มีค่าตัว, คริสเตียน เซบาโญ (กองกลางตัวรุกกองหน้า/18 ปี/บาร์เซโลนา) ไม่มีค่าตัว, โซลีย์เมน โคลีบาลี (กองหน้า/16 ปี/ซีเอนา) ไม่เปิดเผยค่าตัว
นักเตะย้ายออก :
เจมี โอฮารา (กองกลาง/24 ปี/โบลตัน) 5 ล้านปอนด์ (ราว 245 ล้านบาท), โจนาธาน วูดเกต (กองหลัง/31 ปี/สโตก ซิตี) ไม่มีค่าตัว, บอนกานิ คูมาโล (กองหลัง/24 ปี/เรดดิง) ให้ยืมตัว, ไคล์ นอฟตัน (แบ็กขวา/22 ปี/นอริช) ให้ยืมตัว, สตีเวน คอลเกอร์ (กองหลัง/19 ปี/ สวอนซี) ให้ยืมตัว, ไรอัน เมสัน (กองกลางตัวรุกกองหน้า/20 ปี/ดอนคาสเตอร์) ให้ยืมตัว, โจนาธาน โอบิกา (กองหน้า/ 20 ปี/เยโอวิล) ให้ยืมตัว
ฤดูก







