
จากตัวตนเก่าสู่ตัวตนใหม่(1/2)
ฉากสำคัญหลายตอนในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings
ฉากสำคัญหลายตอนในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings
โดย..ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ
สะท้อนการเรียนรู้และเติบโตในภาวะภายใน ตัวตนใหม่เข้าแทนที่ตัวตนเก่าที่ตายจากไป กระบวนการภายในจิตใจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โฟรโดจากที่เคยมีชีวิตสุขสงบในบ้านและชุมชนของตน มีเพื่อนฝูง ญาติมิตร แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้ามาในชีวิต ทำให้อะไรหลายอย่างในชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ โฟรโดต้องเข้ามาแบกรับภารกิจสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยการทำหน้าที่นำพา “แหวนแห่งความชั่วร้าย” ไปทำลาย ณ ภูเขาไฟสถานที่ของจ้าวแห่งความชั่วร้าย พันธกิจนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากจากเส้นทางทุรกันดาร อันตรายจากศัตรู และไม่เพียงอุปสรรคจากภายนอก โฟรโดต้องผจญกับศัตรูภายในของตนเอง คือ ความหวาดระแวงและหวั่นกลัว รวมถึงอำนาจของแหวนซึ่งอาจเปรียบเหมือนกิเลสความชั่วร้ายในจิตใจที่ค่อยๆ กัดกินจิตวัญญาณของโฟรโดทำให้เขาหวงแหนแหวนมากขึ้นเรื่อยๆ แหวนค่อยๆ ครอบงำโฟรโดมากขึ้นเรื่อยๆ โฟรโดกำลังกลายเป็นทาสของแหวน
เส้นทางชีวิตของเราทุกคนก็ไม่ต่างจากโฟรโดที่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มากก็น้อย จากภาวะเริ่มแรกที่พวกเรามีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ คุ้นเคยกับแนวทางและแบบแผนการดำเนินชีวิต ความคิด ความเชื่อประจำตัว แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาในชีวิต สั่นคลอนแบบแผนชีวิต ความคิดความเชื่อประจำตัว ตัวสถานการณ์ที่เข้ามาอาจเป็นในรูปของเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การถูกเลิกราความสัมพันธ์ โรคภัยไข้เจ็บเยี่ยมเยือน การสูญเสียสิ่งที่รัก ของมีค่า คนสำคัญ การงาน ฯลฯ เหตุการณ์เช่นนี้ก่อผลกระทบเป็นบาดแผลในชีวิต เล็กหรือใหญ่รุนแรงมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลกระทบและความอ่อนไหวในการแบกรับต่อความเจ็บปวดนั้น
บาดแผลเป็นความทุกข์ทรมานที่ปรากฏในรูปของความเจ็บปวด เครียด วิตกกังวล บาดแผลจึงเป็นความทุกข์ที่ไม่มีใครปรารถนา แต่เราก็หลีกหนีไม่ได้ บาดแผลเกิดขึ้นแล้ว คำถามคือ เราจะทำอย่างไรต่อไปกับบาดแผลที่เป็นอยู่ อริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค คือ หลักธรรมคำสอนสำคัญในความหมายที่นำเราไปสู่ภาวะตื่นรู้กับความทุกข์ที่เป็นอยู่ เพื่อนำไปสู่หนทางของการเข้าใจและก้าวข้ามความทุกข์นั้นได้ บาดแผลจะมีศักยภาพในฐานะ “โอกาส” หรือสะพานที่นำเราไปสู่การเติบโตได้ หลายชีวิตผ่านพบความทุกข์บาดแผลในชีวิตแล้วสามารถก้าวข้ามเติบโตได้ ดังเช่น เรื่องราวชีวิตของบุคคลสำคัญ แต่หลายชีวิตเมื่อผ่านพบความทุกข์ บาดแผลชีวิตแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภาวะตีบตัน ไม่สามารถก้าวข้ามความทุกข์ได้ เกิดภาวะติดจมจนมองไม่เห็น ทางเลือกอื่นใดในการออกจากภาวะทุกข์ตรมอันนั้น บางกรณีจบลงด้วยสุรา ยาเสพติด หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือลงเอยด้วยการฆ่าตัวตาย เนื่องเพราะภาวะความสับสนวุ่นวายในชีวิต ไร้ระเบียบ จนกระทั่งเจ้าของชีวิตผู้นั้นไม่สามารถรับมือ ไม่สามารถจัดการกับภาวะรุมเร้าขณะนั้นได้
ตัวอย่างเรื่องราวของนางปฎาจาราสมัยก่อนที่จะมาเป็นภิกษุณี นางเป็นธิดาเศรษฐี เธอหนีตามคนรักไปสร้างครอบครัว มีลูกเล็ก 2 คน แต่แล้วระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนา เธอสูญเสียสามีและลูกน้อยจากอุบัติเหตุสัตว์ร้ายและภัยธรรมชาติ และเธอก็พบว่าความหวังสุดท้ายในชีวิตหลุดหายไป เมื่อเธอทราบว่าพ่อแม่ของเธอตายในกองเพลิง ความทุกข์ที่รุมเร้านี้สาหัสกระทั่งทำให้นางสูญเสียสติสัมปชัญญะกลายเป็นคนวิกลจริต ช่วงความสับสนนี้คำถามที่มักผุดขึ้นมาคือ “เราคือใคร” จากภาวะที่เคยมีคำตอบให้กับตนเอง แต่เมื่อบาดแผลของความรุนแรงเข้ามาสั่นคลอน คำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาอีกเพราะคำตอบเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป และเมื่อเรายังไม่มีคำตอบ ภาวะสับสนก็จะรุมเร้ารบกวนชีวิตต่อไป โฟรโดสะท้อนท่าทีสับสนอยู่บ่อยๆ ด้วยความลังเล ท้อแท้ว่าจะหันหลังกลับยอมแพ้ต่ออำนาจแหวน หรือเดินหน้าต่อดี โชคดีที่โฟรโดมีเพื่อนรักคอยโอบอุ้มให้เดินหน้าต่อกับพันธกิจนี้ได้ ขณะที่นางปฎาจารามีโอกาสได้รับการเตือนสติจากพระพุทธเจ้า “น้องหญิง จงตื่นเถิด จงมีสติ รู้สึกตัวเถิด”
ภาวะความรู้สึกตัว ความตระหนักรู้มีความหมายและคุณค่าสำคัญคือ ช่วยให้เรามีความเข้าใจอย่างแจ่มชัดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นำพาให้เราพบกับคำตอบในคำถาม “เราคือใคร” ความตระหนักรู้ตัวช่วยให้เราเป็นอิสระจากอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น ภาวะที่เราเผชิญบาดแผล ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ โกรธ เสียใจ เศร้า ผิดหวัง ฯลฯ อารมณ์เช่นนี้เป็นอคติที่ขัดขวางการรับรู้ การมองเห็นและความเข้าใจต่อเรื่องราวภารกิจสำคัญของทุกคนยามเมื่อต้องเผชิญกับบาดแผลชีวิต ทำอย่างไรเราจึงสามารถมีความตระหนักรู้ตัวเพื่อสามารถใช้สติปัญญาในตัวเราให้ทำงานและช่วยเหลือตัวเราให้ผ่านพ้นภาวะบาดแผลนั้นได้ในทางสร้างสรรค์
ความตระหนักรู้ตัวของนางปฎาจาราทำให้นางได้พบกับหลักธรรมที่นำไปสู่ความตื่นรู้ นำไปสู่วิถีชีวิตใหม่ และสำหรับโฟรโด ความตระหนักรู้ช่วยให้เขาทำพันธกิจสำเร็จในที่สุด และเราทุกคน ความตระหนักรู้ คือ เกราะคุ้มภัยและเข็มทิศชีวิตอันวิเศษสุดในตัวเรา ในแง่นี้บาดแผลจึงเปรียบเหมือนโอกาส หรือสะพานที่นำเราไปสู่การเติบโตในภาวะภายใน ตัวตนเก่าได้ตายจากไป ตัวตนที่ผ่านบทเรียน ผ่านการเรียนรู้ได้เข้ามาแทนที่ เงื่อนไขสำคัญการเรียนรู้ชีวิตผ่านบาดแผล บาดแผลในฐานะครูที่นำพาความตระหนักรู้มาสู่ตัวเรา







