
เลือกเกราะกันร้อนให้บ้าน ต้านทานทุกสภาวะ
บ้านต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราทุกคน ต้องมีความปลอดภัยจากผู้บุกรุกที่มองเห็นและมองไม่เห็น
บ้านต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราทุกคน ต้องมีความปลอดภัยจากผู้บุกรุกที่มองเห็นและมองไม่เห็น
โดย.. โยธิน อยู่จงดี /ภาพ ไม่มีเครดิต
บ้านต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราทุกคน ต้องมีความปลอดภัยจากผู้บุกรุกที่มองเห็นและมองไม่เห็น โชคดีที่ว่าบ้านส่วนใหญ่ สามารถป้องกันโจรผู้ร้ายได้ดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่สำหรับผู้บุกรุกอย่างความร้อนและความชื้นที่จะเข้ามาทำลายบ้านนั้นยังไม่เคยให้ความสำคัญเท่าที่ควร แต่เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดเพียงแค่เราเลือกติดฉนวนกันความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานให้ตัวบ้านเท่านั้น
ทำไมต้องติดฉนวน
การออกแบบบ้านไทยสมัยก่อนนั้นให้ตัวบ้านมีพื้นที่สำหรับลมพัดผ่านตัวบ้านโดยง่าย เช่นการทำหลังคาสูงเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวบ้านได้สะดวก ใต้ถุนบ้านยกสูง เพื่อหนีน้ำท่วมและใช้เป็นลานทำกิจกรรมต่างๆ ในครอบครัว เป็นแบบบ้านที่มีความเหมาะสมกับภูมิประเทศดีที่ดีสุดแล้ว
แต่ในปัจจุบันรูปแบบของบ้านเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสวัฒนธรรมของยุคสมัย โดยขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องสภาพภูมิอากาศ และการปรับเปลี่ยนแบบบ้านไทยให้ดูทันสมัยน่าอยู่ ต้นทุนค่าใช้จ่ายบ้านจึงพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวและไม่สามารถรักษาสภาพอุณหภูมิภายในบ้านให้สามารถอยู่อาศัยได้โดยปกติ เราจึงต้องเพิ่มฉนวนกันความร้อนให้กับตัวบ้าน แต่ทางที่ดีที่สุดหากบ้านของคุณมีพื้นที่มากพอการปลูกต้นไม้ใหญ่ สร้างร่มเงาจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
ความร้อนมาจากไหน
จากข้อมูลการศึกษาเรื่องการใช้พลังงานของการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบว่า ความร้อนที่อยู่ภายในอาคารมาจากแหล่งกำเนิดความร้อน 2 ส่วนหลักๆ คือ ความร้อนจากภายนอก และความร้อนที่เกิดขึ้นภายในอาคารเอง โดยทั่วไป
ความร้อนจะมาจากภายนอกที่ได้รับอิทธิพลจากรังสีดวงอาทิตย์ โดยการส่งผ่าน เปลือกอาคารสู่ภายในอีกขั้นหนึ่ง รวมทั้งการแผ่รังสีความร้อน จากพื้นดิน ผิวปูน พื้นถนน และอาคารข้างเคียงก็ส่งผลต่อความร้อนภายในอาคารด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นความร้อนหลักมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
ส่วนความร้อนภายในอาคารนั้นจะมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องคอมพ์ ตู้เย็น และอุปกรณ์ทำความร้อน หรือมีการปล่อยความร้อนจากการใช้งาน รวมทั้งอุณหภูมิร่างกายของเราก็มีผลเล็กน้อยต่อความร้อนภายในบ้านด้วยเช่นกัน
ฉนวนกันความร้อนแบบไหนดี
ฉนวนกันความร้อนปัจจุบันมีให้เลือกใช้หลายแบบ ทั้งที่ใช้กับตัวบ้านและผนังอาคารด้านที่รับแสงแดดประจำ
1.ฉนวนใยแก้ว (Microfiber) เป็นฉนวนขึ้นรูปเป็นแบบม้วนยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี ออกแบบสำหรับงานหลังคาและผนังของอาคาร สำนักงาน โรงงานและที่พักอาศัยทั้งเก่าและใหม่ เป็นฉนวนประสิทธิภาพดี เหมาะสำหรับงานหลังคาบ้านและอาคารมากที่สุด ไม่มีการควบแน่นที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิห้อง น้ำหนักเบา อายุการใช้งานสูง ราคาแพง แต่คุ้มค่ากับการลงทุน ยิ่งในเวลาฤดูฝนด้วยแล้วเราจะได้ยินเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาน้อยลง
2.ฉนวนสะท้อนความร้อน (Polynum Insulation Material) ฉนวนกันความร้อนราคาประหยัด และนิยมใช้กันมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะสะท้อนความร้อนได้ถึง 97% ไม่เป็นฝุ่นและไม่มีสารพิษจึงปลอดภัยและเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย มีการทดสอบมาแล้วว่า ช่วยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 60% ด้วยการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศในเวลากลางวัน
3.แผ่นโฟมโพลีเอทิลีน (Polyethylene) ทำจากพลาสติกสังเคราะห์โพลีเอทิลิน สามารถนำมารีไซเคิลได้ ด้วยความที่แผ่นฉนวนชนิดนี้ มีโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด (Close Cell) ภายในมีฟองอากาศขนาดเล็กป้องกันความร้อนไม่ให้ส่งผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน เหมาะสำหรับการติดผนังบ้าน
4.โฟมโพลียูริเทน (Polyurethane) เหมาะสำหรับงานหลังคาใช้ร่วมกับฉนวนกันความร้อนชนิดอื่นๆ หากบ้านของคุณมีปัญหาหลังคารั่วซึม โฟมนี้จะช่วยประสานรอยรั่วซึมและกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี
เลือกติดให้เหมาะ
การติดฉนวนนั้นใช่ว่าจะต้องเลือกทำทั้งตัวบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเลือกติดเฉพาะส่วนที่ต้องโดนแสงแดดตลอดทั้งหมด เช่น ใต้หลังคา ผนังบ้านทางทิศใต้ จากนั้นค่อยดูงบประมาณในการติดตั้งของเราว่ามากน้อยแค่ไหน ราคาจะแปรผันไปตามความหนาและชนิดของตัวฉนวนกันความร้อน แต่ส่วนใหญ่แล้วหากติดเต็มพื้นที่รับแสงแดด ก็ช่วยลดภาระเครื่องปรับอากาศไปได้มากกว่าครึ่ง อย่างไรก็ตามการประหยัดไฟที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็คือการวางแผนใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ปิดเมื่อไม่ใช้งาน ใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า.
&<2288;
&<2288;







