6 ความเชื่อพื้นฐานสร้าง Growth Mindset

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 06:50 น.
6 ความเชื่อพื้นฐานสร้าง Growth Mindset
บ่อยครั้งที่เราทำอะไรซ้ำๆ จนเราคุ้นชินกับสิ่งที่เราทำ จนกระทั่งพอมีเหตุการณ์ หรือปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำดู มิฉะนั้นคงแก้ไขปัญหาหรือเตรียมรับมือกับเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ทันการณ์ แต่เราก็ยังมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่ เราสามารถเสริมให้ตัวเองกล้าที่จะก้าวออกไปทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมากขึ้น ด้วยการเสริมให้ตนเองมี Growth Mindset มากขึ้น

Growth Mindset คือการเชื่อว่าสิ่งที่เรามีหรือเราเป็น เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการพัฒนา เราสามารถพัฒนาได้ด้วยการให้คุณค่ากับความท้าทาย ความพยายามและการเรียนรู้   

อาจารย์ก้อย-เภสัชกรหญิง ธันยพร จารุไพศาล โค้ชและวิทยากรด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Performance Coach and Trainer) แบ่งปันความเชื่อพื้นฐานที่มาจากศาสตร์ NLP (Neuro-Linguistic Programming คือการโปรแกรมสมองด้วยภาษา หรือการสื่อสาร เพื่อให้มีความคิดหรือพฤติกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ ซึ่งหากเราเข้าใจและยอมรับความเชื่อเหล่านี้มากขึ้นจะช่วยให้เรามีมุมมองแบบ Growth Mindset เพิ่มขึ้น

1. เรารับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราอาจจะทำอะไรมากเกินไป หรือน้อยไปที่เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากยอดขายของเราตก ถ้าเราไม่รับผิดชอบ เราจะโทษเพราะอย่างอื่นหมดยกเว้นเพราะเรา เช่น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เพราะกระแสการบริโภค (trend) เปลี่ยนไปเป็นต้นสาเหตุเหล่านั้นอาจจะมีผลก็ได้เพียงแค่เป็นสาเหตุที่เราควบคุมไม่ได้ในทางตรงข้ามหากเรามองว่าเพราะเราหรือเรารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นเราก็จะคิดหาสาเหตุและแนวทางใหม่ๆในการแก้ไขปัญหาได้

2. เรามีทรัพยากรพร้อมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

ในชีวิตของเรา เราผ่านประสบการณ์มามากมาย  เราเจออุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วทุกครั้งท้ายที่สุดเราก็ก้าวข้ามอุปสรรคนั้นมาได้ เรามีทรัพยากรต่างๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอยู่ในตัว เช่น คุณสมบัติดีๆ (ความกล้าหาญ ความอดทน ความรับผิดชอบ) และมีความรู้ ทักษะต่างๆ เป็นต้น ท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่เราเจอนี้เราก็จะทำสิ่งที่ไม่เคยทำแล้วผ่านมันไปได้

3. พร้อม-ยิง-เล็ง

พอเราศึกษาข้อมูลในสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำ ให้มีความรู้เพิ่มขึ้นระดับหนึ่งเราจะมีความพร้อมเพิ่มขึ้น และเมื่อเราพร้อมระดับหนึ่ง เราก็ยิงหรือลงมือทำ แล้วค่อยปรับให้ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ (เล็ง) ไม่ต้องรอให้พร้อม 100% ก่อนแล้วค่อยลงมือทำ เพราะจะไม่ได้ลงมือสักที และความพร้อมจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากที่เราทำไปสักระยะหนึ่ง เราจะมั่นใจเพิ่มขึ้น ลองนึกถึงตอนเราหัดขับรถใหม่ๆ หรือเริ่มทำงานที่แรกก็ได้ เราก็ทำทั้งๆ ที่ไม่ได้มั่นใจหรือพร้อม 100%

4. ความยืดหยุ่นนำไปสู่ความสำเร็จ

หากผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่เราต้องการ ทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ เราต้องมีความยืดหยุ่น หรือการปรับ เราไม่สามารถทำอะไรซ้ำๆเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ต้องการผลลัพธ์แบบใหม่ได้

5. ไม่มีความล้มเหลว มีเพียงข้อมูลป้อนกลับ

หากเราลองทำอะไรใหม่ๆ แล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เราไม่ได้ล้มเหลว  เราแค่เห็นข้อมูลป้อนกลับที่บอกกว่ายังไม่ใช่ และให้ถามตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง แล้วทบทวนว่าที่ยังไม่ใช่นั้นเกิดจากอะไร สิ่งใหม่ที่เราทำ ทักษะยังไม่มากพอ ต้องพยายามเพิ่ม ทำซ้ำเพิ่มขึ้นให้ชำนาญ หรือสิ่งที่เราคิดไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ ต้องมองหาสิ่งอื่น/วิธีอื่นแทนเป็นต้น

6. สื่อสารกับคนที่เกี่ยวข้อง

ในการ Work From Home การสื่อสารกับผู้อื่นแบบเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะเราสามารถทราบว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไรผ่านสีหน้าและน้ำเสียง แต่หากไม่สะดวกที่จะให้เห็นหน้า อาจจะเลือกแค่ได้ยินเสียงก็ได้  ในกรณีที่จะพูดคุยกับหัวหน้า/ลูกน้อง หรือประชุมในเวลางาน แนะนำให้ส่งข้อความไปนัดเวลาไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดสรรเวลาไว้ก่อน  จะได้ไม่ขัดจังหวะเวลาที่เขามีสมาธิคิดงานอยู่

วันนี้หากเรามีเรื่องใดที่เราอยากมี Growth Mindset หรืออยากพัฒนาทักษะใด เช่น การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ การอาสาทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ลองนำ 6 ความเชื่อพื้นฐานนี้ไปปรับใช้ดู และได้ผลเป็นอย่างไรเล่าสู่กันฟังได้ อ.ก้อยหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านมีความกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น