posttoday

AURA กำไรนิวไฮสวนกระแสเงินสดติดลบ สัญญาณอันตรายหรือโอกาสเติบโต?

16 กุมภาพันธ์ 2569

ไขข้อสงสัย AURA กำไรนิวไฮแต่กระแสเงินสดติดลบ เคลียร์ชัดเกิดจากการขยายพอร์ตขายฝากและการลงทุนในสินค้าคงเหลือเพื่อเติบโตสาขา ชี้เป็นเรื่องปกติธุรกิจช่วงเติบโตและมีทองเป็นหลักประกัน

KEY

POINTS

  • AURA มีผลกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่กลับมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบสวนทางกันอย่างชัดเจน
  • สาเหตุที่กระแสเงินสดติดลบมาจากการขยายธุรกิจสินเชื่อขายฝากทองคำ (ทองมาเงินไป) และการลงทุนในสินค้าคงคลัง (ทองคำ) เพื่อรองรับการขยายสาขา ซึ่งเป็นปกติของธุรกิจในช่วงเติบโต
  • ความเสี่ยงที่แท้จริงของธุรกิจอยู่ที่หนี้เสีย (NPL) ซึ่งผูกกับความผันผวนของราคาทองคำ ไม่ใช่ปัญหาสภาพคล่องจากกระแสเงินสดที่ติดลบ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฉงนสงสัยให้กับเหล่านักลงทุน เมื่อผลประกอบการของ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ผู้สร้างตำนานร้านทองในห้างสรรพสินค้า โชว์ตัวเลขกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่นทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกันกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) กลับติดลบสวนทางอย่างชัดเจน

เปิดตัวเลขกำไรพุ่งสวนทางกระแสเงินสด

หากพิจารณาตามงบการเงินย้อนหลัง จะเห็นภาพความขัดแย้งที่ชัดเจน

  • ปี 2566 กำไรสุทธิ 850.03 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ติดลบ 752.63 ล้านบาท
  • ปี 2567 กำไรสุทธิ 1,134.82 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ติดลบ 1,325 ล้านบาท
  • งบ 9 เดือน ปี 2568 กำไรสุทธิ 1,022.44 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ติดลบหนักขึ้นเป็น 2,869.79 ล้านบาท

ทำไมกระแสเงินสดถึงติดลบ?

ทาง AURA ชี้แจงว่า สภาวะกระแสเงินสดติดลบนี้ไม่ใช่สัญญาณลบด้านสภาพคล่อง แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากโครงสร้างธุรกิจค้าทองคำและสินเชื่อขายฝาก โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ

1. การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ "ทองมาเงินไป" (ขายฝาก) ในธุรกิจขายฝากทองคำ เมื่อลูกค้ามาขอสินเชื่อ บริษัทต้อง "จ่ายเงินสดออกไป" เพื่อรับทองคำมาเป็นหลักประกัน ในทางบัญชี การจ่ายเงินเพื่อขยายพอร์ตลูกหนี้ขายฝากเช่นนี้จะถูกบันทึกเป็นกระแสเงินสดไหลออกจากการดำเนินงาน ดังนั้นยิ่งธุรกิจขายฝากเติบโตมากเท่าใด กระแสเงินสดในส่วนนี้ก็จะยิ่งติดลบมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นลักษณะปกติที่พบได้ในธุรกิจสินเชื่อประเภทอื่น เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ที่กระแสเงินสดมักติดลบในช่วงที่มีการขยายพอร์ต

2. การลงทุนในสินค้าคงเหลือ (Inventory) AURA มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินสดในการซื้อทองคำมาวางจำหน่ายหน้าร้าน นอกจากนี้ ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ยังส่งผลให้มูลค่าสินค้าคงเหลือเพิ่มสูงขึ้นตามธรรมชาติ แม้ว่าราคาทองที่แพงขึ้นอาจทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลงและรอบหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover) ช้าลงบ้างก็ตาม

เสี่ยงที่ต้องจับตา คือ NPL และราคาทอง ไม่ใช่กระแสเงินสด 

ตัวชี้วัดที่สำคัญกว่ากระแสเงินสดในโมเดลธุรกิจนี้คือ อัตราหนี้เสีย (NPL) และมูลค่าหลักประกัน

  • ในช่วงราคาทองขาขึ้น ความเสี่ยงหนี้เสียจะต่ำ เพราะมูลค่าทองคำที่เป็นหลักประกันสูงกว่ายอดเงินกู้ ทำให้ลูกค้ามีแรงจูงใจที่จะมาไถ่ถอน
  • ในช่วงราคาทองขาลง หากราคาทองต่ำกว่ายอดเงินกู้เป็นเวลานาน ลูกค้าอาจเลือกไม่ไถ่ถอน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงหลัก อย่างไรก็ตาม AURA ระบุว่า บริษัทรับขายฝากในราคาที่ต่ำกว่าราคาทองปกติถึง 10-20% ทำให้มีส่วนต่างความปลอดภัยหากต้องยึดทรัพย์สินหลักประกันมาจำหน่ายต่อ

โบรกฯ ชี้ AURA เงินสดติดลบเรื่องปกติช่วงเติบโต 

ในมุมมองของนักวิเคราะห์จาก บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) มองว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจในช่วงเติบโต (Growth Stage) จะต้องเพิ่มสต็อกทองคำสำหรับการขยายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AURA ที่มุ่งเน้นการเติบโตด้วยการให้สินเชื่อขายฝากทอง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องหุ้นกู้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างแข็งแกร่ง ในกรณีทองโดนโจรกรรมไม่น่ากังวล โดยความเสียหายทั้งจำนวน 13.3 ล้านบาท ถูกครอบคลุมโดยประกัน และเป็นสัดส่วนน้อยเทียบกับสินทรัพย์รวมของบริษัทกว่า 20,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

AURA กำไรนิวไฮสวนกระแสเงินสดติดลบ สัญญาณอันตรายหรือโอกาสเติบโต?