posttoday
ผ่าปม กสถ.ยกเลิกผลสอบท้องถิ่น เร่งล้างโกงหรือตัดตอนสาวถึงบิ๊กเบื้องหลัง

ผ่าปม กสถ.ยกเลิกผลสอบท้องถิ่น เร่งล้างโกงหรือตัดตอนสาวถึงบิ๊กเบื้องหลัง

18 กรกฎาคม 2569

มติ กสถ.ยกเลิกผลสอบและบัญชีผู้ผ่านเกือบหนึ่งหมื่นห้าพันราย จุดชนวนข้อถกเถียงทั้งอำนาจตามกฎหมายและคำถามว่ากำลังล้างโกงจริง หรือตัดตอนถึงผู้มีอำนาจ

KEY

POINTS

  • กสถ. มีมติยกเลิกผลสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังพบความผิดปกติของคะแนนสอบจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เข้าสอบเกือบ 15,000 ราย
  • การยกเลิกผลสอบก่อให้เกิดข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ กสถ. ว่าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่หลังมีการประกาศผลและบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว
  • เกิดข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นเพียงการ "ตัดตอน" คดี โดยมุ่งเน้นเอาผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่แก้ไขคะแนน และอาจไม่ขยายผลไปถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริต

การทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ถูกขนานนามว่าเป็นคดีโกงสอบครั้งใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของประเทศ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติยกเลิกประกาศผลสอบและบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่บรรจุไปแล้วรวม 14,988 ราย พร้อมเตรียมจัดทำบัญชีคะแนนใหม่ หลังพบความผิดปกติของคะแนนสอบ 5,924 ราย

 

แม้มติดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็นการเร่งแก้ไขความเสียหายและฟื้นความเชื่อมั่นต่อระบบคุณธรรมของราชการท้องถิ่น แต่กลับจุดประกายข้อถกเถียงครั้งใหญ่ในหมู่นักกฎหมายและผู้ติดตามคดี ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยชอบหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น คือกำลังนำคดีไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายทั้งหมด หรือเพียงจำกัดวงความรับผิดไว้เฉพาะผู้ปฏิบัติการระดับล่าง

ปมแรก : อำนาจ กสถ. สิ้นสุดแล้วหรือยัง

 

หัวใจของข้อโต้แย้งอยู่ที่ “อำนาจเพิกถอน”

 

ฝ่าย กสถ.อ้างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 49 ว่า หน่วยงานเจ้าของคำสั่งสามารถแก้ไขหรือเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่บกพร่องได้เอง หากพบข้อเท็จจริงใหม่หรือพบว่าคำสั่งเดิมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

แต่อีกด้านหนึ่ง นักกฎหมายจำนวนไม่น้อยมองว่า คดีนี้อยู่ภายใต้ “กฎหมายเฉพาะ” คือประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน พ.ศ.2560 ซึ่งแบ่งอำนาจไว้อย่างชัดเจน

 

ก่อนประกาศผลสอบ อำนาจระงับหรือยกเลิกการสอบเป็นของ กสถ.

 

แต่เมื่อประกาศผลและมีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ รวมถึงมีการบรรจุแต่งตั้งแล้ว อำนาจในการเพิกถอนกลับตกเป็นของ “คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง)” และคณะกรรมการระดับจังหวัดตามขั้นตอนของกฎหมาย

ข้อสังเกตจึงเกิดขึ้นว่า เหตุใด กสถ.จึงเร่งออกมติก่อนการประชุม ก กลาง ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 23 กรกฎาคม ทั้งที่กระบวนการสอบได้ก้าวพ้นหน้าที่ของ กสถ.ไปแล้ว

 

คำถามนี้อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญ หากมีผู้ได้รับผลกระทบนำเรื่องเข้าสู่ศาลปกครองในอนาคต

 

ปมที่สอง : ล้างโกง หรือจำกัดวงคดี

 

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ แนวทางการดำเนินคดีของ กสถ. ซึ่งมุ่งไปยังการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบและการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

 

การดำเนินการลักษณะนี้ครอบคลุม “ช่วงหลังสอบ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้คะแนนในระบบหรือใน Flash Drive และมักเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ

 

แต่ผู้ติดตามคดีจำนวนมากมองว่า ขบวนการทุจริตไม่ได้เริ่มต้นจากวันประกาศผลสอบ

 

หากย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นกระบวนการ จะพบประเด็นตั้งแต่การกำหนดรูปแบบการสอบ การคัดเลือกหน่วยงานผู้จัดสอบ การจัดจ้างมหาวิทยาลัย การบริหารโครงการ ตลอดจนข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์และการซื้อขายตำแหน่ง

 

ส่วนนี้เองที่ถูกมองว่าเป็น “ต้นน้ำ” ของเครือข่าย และอาจเชื่อมโยงถึงผู้มีอำนาจระดับนโยบายหรือผู้บริหารระดับสูง

 

หากการสอบสวนจำกัดอยู่เพียงการแก้คะแนนหลังสอบ ความรับผิดอาจไปสิ้นสุดที่ผู้ปฏิบัติการ โดยไม่ขยายผลไปถึงผู้วางแผนหรือผู้ได้รับประโยชน์จากทั้งระบบ

 

นี่คือที่มาของคำว่า “ตัดตอน” ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

ปมที่สาม : ใครต้องรับผิดชอบ

 

นอกจากผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการแก้คะแนนแล้ว อีกคำถามสำคัญคือ ความรับผิดของผู้กำกับดูแลระบบสอบ

 

กสถ.เป็นองค์กรที่มีบทบาทตั้งแต่กำหนดหลักเกณฑ์ คัดเลือกผู้จัดสอบ อนุมัติกระบวนการ ไปจนถึงรับรองผลสอบ

 

เมื่อเกิดความเสียหายจนมีผู้ได้รับการบรรจุจากคะแนนที่ถูกกล่าวหาว่าผิดปกติกว่าห้าพันราย จึงมีคำถามว่า องค์กรผู้กำกับดูแลควรมีความรับผิดเพียงใด

 

ประเด็นนี้ยิ่งได้รับความสนใจ เมื่อมีข้อมูลว่ากรรมการ กสถ.จำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.ในคดีเดียวกัน

 

จึงเกิดข้อสงสัยตามมาว่า การที่ กสถ.ออกมติยกเลิกผลสอบและเข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย อาจถูกตีความได้หรือไม่ว่าเป็นความพยายามแสดงบทบาทผู้เสียหาย ทั้งที่บางส่วนขององค์กรเองก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

แม้ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมาย แต่ก็เป็นประเด็นที่สังคมเรียกร้องให้มีคำอธิบายอย่างโปร่งใส

 

บททดสอบที่ใหญ่กว่าการเพิกถอนผลสอบ

 

การยกเลิกผลสอบอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี

 

สิ่งที่สังคมกำลังจับตาไม่ใช่เพียงจำนวนรายชื่อที่ถูกเพิกถอน หรือการจัดทำบัญชีคะแนนใหม่ หากแต่เป็นคำตอบว่าการสอบสวนจะเดินหน้าไปถึงต้นตอของขบวนการทั้งหมดหรือไม่

 

หากกระบวนการสามารถสาวถึงผู้วางแผน ผู้สั่งการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ได้จริง คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบสอบราชการไทย

 

แต่หากการดำเนินคดีหยุดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง โดยไม่แตะโครงสร้างอำนาจที่ถูกตั้งข้อสงสัยมาตั้งแต่ต้น คำถามเรื่อง “การตัดตอน” ก็จะยังคงตามหลอกหลอนคดีนี้ต่อไป พร้อมกับทิ้งรอยร้าวต่อความเชื่อมั่นในระบบคุณธรรมของราชการท้องถิ่นไทย.

ข่าวล่าสุด

สื่ออิหร่านอ้างสกัดเรือติดธงไทย ไม่ทราบชะตากรรม กองทัพเรือเตือนเลี่ยงฮอร์มุซ

สื่ออิหร่านอ้างสกัดเรือติดธงไทย ไม่ทราบชะตากรรม กองทัพเรือเตือนเลี่ยงฮอร์มุซ