posttoday
Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

18 กรกฎาคม 2569

Apple ทวงบัลลังก์บริษัทมูลค่าสูงสุดของโลกจาก Nvidia นักลงทุนเริ่มปรับมุมมองธุรกิจ AI มองรายได้ระยะยาวและระบบนิเวศของ Apple แข็งแกร่งกว่า

Apple กลับมาครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) สูงที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังแซงหน้า Nvidia ในการซื้อขายวันศุกร์ (18 ก.ค.) สะท้อนการเปลี่ยนแปลงมุมมองของนักลงทุนที่เริ่มประเมินโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ จากเดิมที่เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นผู้ผลิตชิป AI เป็นหลัก

 

มูลค่าตลาดของ Apple ล่าสุดอยู่ที่ 4.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 158 ล้านล้านบาท) ขณะที่ราคาหุ้นทรงตัว ส่วน Nvidia มีมูลค่าตลาดลดลงมาอยู่ที่ 4.86 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 157 ล้านล้านบาท) หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลง 3.5%

 

การกลับมาครองอันดับหนึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมา หลัง Nvidia ครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของโลกมาเกือบหนึ่งปี และเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

นักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่านักลงทุนไม่ได้มุ่งความสนใจเฉพาะบริษัทที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI เช่น Nvidia อีกต่อไป แต่เริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้อย่างยั่งยืน

Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

 

โทนี เมโดวส์ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ BRI Wealth Management กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ Apple ถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งในการแข่งขัน AI เพราะไม่ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดล AI เหมือนบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น แต่ปัจจุบันมุมมองของตลาดเปลี่ยนไป

 

เขาระบุว่า Apple มีข้อได้เปรียบจากการใช้ AI เพื่อสร้างรายได้ผ่านธุรกิจบริการ ระบบนิเวศของอุปกรณ์ (Ecosystem) และการกระตุ้นการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับสูงเช่นเดียวกับผู้พัฒนาโมเดลรายใหญ่ ส่งผลให้นักลงทุนเชื่อมั่นในความสามารถในการทำกำไรระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรจากกระแส AI

 

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนความพยายามของ Apple ในการยกระดับศักยภาพด้าน AI ก่อนที่ ทิม คุก (Tim Cook) จะส่งมอบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ให้กับ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ผู้บริหารสายฮาร์ดแวร์ในเดือนกันยายนนี้

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ หลังล่าช้ามาเป็นเวลานาน โดยหวังให้ผู้ช่วยอัจฉริยะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่และสตาร์ทอัพ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า จุดแข็งสำคัญของ Apple คือข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลที่อยู่ภายใน iPhone ซึ่งอาจกลายเป็น "ขุมทอง" สำหรับการพัฒนา AI ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลมาใช้กับการรักษามาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์

 

แม้ Nvidia จะเสียตำแหน่งผู้นำด้านมูลค่าตลาด แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสูญเสียความได้เปรียบในระยะยาว เนื่องจากยังคงเป็นผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) หลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนา Generative AI และยังมีโอกาสกลับขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดของโลกได้อีก หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา

 

ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุนด้าน AI เริ่มขยายไปยังบริษัทเซมิคอนดักเตอร์กลุ่มอื่น โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เช่น Micron ซึ่งมีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤษภาคม และ SK Hynix จากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ช่วยเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนในอุตสาหกรรม AI

 

อย่างไรก็ตาม กระแสการลงทุนในหุ้น AI เริ่มเผชิญแรงกดดันในเดือนกรกฎาคม หลังนักลงทุนตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโต ส่งผลให้ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) ปรับตัวลดลงเกือบ 19% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของดัชนียังคงแข็งแกร่งและสูงกว่าหุ้น Nvidia ในภาพรวมก็ตาม

 

นักวิเคราะห์มองว่า การสลับตำแหน่งระหว่าง Apple และ Nvidia ในครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี จากการให้น้ำหนักกับ "ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI" ไปสู่บริษัทที่สามารถเปลี่ยน AI ให้เป็นรายได้และกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอาจเป็นทิศทางสำคัญของตลาดเทคโนโลยีโลกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้.

 

ข่าวล่าสุด

Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก

Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก