ตัวเลือกแก้อาการ "เจ็บคอ" ยาแก้อักเสบ vs ตัวช่วยจากธรรมชาติ

วันที่ 13 ม.ค. 2564 เวลา 11:01 น.
ตัวเลือกแก้อาการ "เจ็บคอ" ยาแก้อักเสบ vs ตัวช่วยจากธรรมชาติ
อากาศเย็นเป็นเหตุให้เกิดอาการ "เจ็บคอ" มาดูสาเหตุของอาการไม่พึงประสงค์นี้ พร้อมตัวช่วยที่นิยมกันมากระหว่าง "กินยาแก้อักเสบ" กับ "กินของจากธรรมชาติ"

อุณหภูมิเย็นๆ เป็นใจให้อาการเจ็บคอก่อตัวขึ้นง่ายๆ ซึ่งหลายคนคิดว่าอาการเจ็บคอเกี่ยวข้องกับคออักเสบ จึงหา “ยาแก้อักเสบ” มากิน โดยหารู้ไม่ว่ายาแก้อักเสบคือยาปฏิชีวนะที่มีประโยชน์ในการบำบัดโรคติดเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะเท่านั้น ไม่มีประโยชน์ในการแก้อักเสบที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ และการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อเกินจำเป็น นอกจากจะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองแล้ว ในระยะยาวยังอาจเกิดโทษต่อร่างกาย เช่น ส่งเสริมให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา การแพ้ยา การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรรู้ก่อนว่าที่เจ็บคออยู่นั้นเป็นเพราะอะไร

สำหรับสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเจ็บคอ ได้แก่

กรณีเจ็บคอร่วมกับมีไข้

  • คออักเสบจากเชื้อไวรัส/ไข้หวัด ผู้ป่วยจะมีไข้ เจ็บคอเล็กน้อย ตรวจดูภายในลำคอ ไม่พบว่ามีทอนซิลโตและผนังคอหอยไม่มีลักษณะอักเสบ (คือไม่พบว่ามีสีแดงกว่าปกติ) ในกรณีที่เป็นไข้หวัด จะมีอาการเจ็บคอในลักษณะดังกล่าวในวันแรกๆ และต่อมาเมื่อมีอาการน้ำมูกไหล อาการเจ็บคอมักจะทุเลาไปเอง
  • ทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีไข้สูง เจ็บคอมาก กลืนลำบาก ตรวจดูภายในลำคอพบทอนซิลบวมโต ออกสีแดงจัดและอาจมีจุดหนองอยู่บนทอนซิล

กรณีเจ็บคอโดยไม่มีไข้

  • โรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย และมักมีอาการคันคอ คันจมูก จาม น้ำมูกใสๆร่วมด้วย เวลาสัมผัสถูกสิ่งที่แพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร อากาศเย็น เป็นต้น มักมีอาการเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง
  • การระคายเคือง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย เวลาถูกสิ่งระคายเคือง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เป็นต้น เมื่อละเว้นจากสิ่งเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ทุเลาไปเอง
  • แผลร้อนใน (แผลแอฟทัส) เมื่อเกิดขึ้นที่คอหอย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคออย่างมาก จนกลืนและพูดลำบาก ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บทั่วลำคอ แต่สามารถบอกชี้ได้ว่ามีจุดที่เจ็บตรงไหนได้ชัดเจน อาการเจ็บจะเป็นมากที่สุดใน 3-4 วันแรก หลังจากนั้นจะเจ็บน้อยลง และค่อยๆทุเลาไปได้เองภายใน 7-10 วัน
  • โรคกรดไหลย้อน มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป (ส่วนน้อยอาจพบในวัยหนุ่มสาว) ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อยในช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้า อาจมีอาการเสียงแหบหรือไอร่วมด้วย พอสายๆ ก็ทุเลาไป มักเป็นทุกวัน เรื้อรังเป็นแรมเดือน หรือจนกว่าได้รับการบำบัดรักษา บางคนอาจมีอาการเจ็บลิ้นปี่หลังกินอาหารร่วมด้วย

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการเจ็บคอ สามารถปฎิบัติตัวดังนี้

การดูแลเบื้องต้น

  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ โดยผสมเกลือป่น 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว วันละ 2-3 ครั้ง
  • หากมีน้ำมูกใสหรือมีอาการของโรคภูมิแพ้ ให้กินยาแก้แพ้-คลอร์เฟนิรามีน
  • หากมีไข้หรือเจ็บคอมาก ให้กินพาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง
  • งดการดื่มเหล้า และสูบบุหรี่
  • หากไม่ทุเลาใน 4 วัน ควรไปพบแพทย์

กรณีที่ควรไปพบแพทย์

  • มีไข้สูง และเจ็บคอมาก
  • มีน้ำมูกหรือเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว
  • มีอาการเจ็บคอทุกวันเกิน 1 สัปดาห์
  • คลำได้ก้อนแข็งที่ข้างคอ

 

ตัวช่วยจากธรรมชาติเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ

ดื่มน้ำอุ่น การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยลดการระคายเคือง ช่วยละลายเสมหะ และทำให้รู้สึกสบายคอ ช่วยลดการอักเสบลงได้ เพราะเมื่อร่างการได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นเพียงพอ สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียได้ดีขึ้น

ชาดอกคาโมมายล์ ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ และช่วยสมานแผล โดยมีการศึกษาที่ระบุว่า การดื่มชาดอกคาโมมายล์อาจช่วยลดอาการเจ็บคอจากไข้หวัดได้ เช่นเดียวกันกับการสูดดมสารสกัดจากดอกคาโมมายล์

ชาเขียวอุ่น ชาเขียวอุ่น ๆ นอกจากช่วยให้รู้สึกสบายคอแล้ว ตัวชาเขียวยังช่วยรักษาอาการติดเชื้อ และช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอให้ดีขึ้นได้ด้วย

น้ำขิงอุ่นๆ มีสรรพคุณในช่วยรักษาไข้หวัด ฆ่าเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ สูตรน้ำขิงแก้เจ็บคอแบบง่าย ๆ คือ น้ำขิง 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นประมาณครึ่งแก้ว ค่อยๆ จิบขณะยังอุ่นๆ จะช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาลง

เปปเปอร์มินต์ มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือสารเมนทอล ซึ่งเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติในการลดอาการคัดจมูก ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และลดอาการไอแห้งๆ อาจดื่มเป็นชาเปปเปอร์มินต์ หรือใช้วิธีสูดดมกลิ่นจากน้ำมันเปปเปอร์มินต์ก็ได้เช่นกัน

ซุปไก่ร้อนๆ ในซุปไก่อุดมไปด้วยโซเดียม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ การซดน้ำซุปร้อนๆ จะช่วยให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาลง และเพิ่มน้ำให้กับร่างกายได้ด้วย กินง่าย เหมาะสำหรับคนที่มีเจ็บคอมากๆ

ข้าวโอ๊ต นอกจากจะเป็นอาหารที่อ่อนโยนต่อคอที่กำลังเจ็บปวดของคุณแล้ว ยังมีสารอาหาร และไฟเบอร์มากมาย ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณกลับมาแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย