ถาม-ตอบ : เรื่องใหญ่เมื่อต้องผ่าตัดหัวใจและทรวงอก

วันที่ 29 พ.ย. 2563 เวลา 11:20 น.
ถาม-ตอบ : เรื่องใหญ่เมื่อต้องผ่าตัดหัวใจและทรวงอก
เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก โดย อ.นพ.ภูวดล ฐิติวราภรณ์ หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ คลายข้อสงสัยเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ในการรักษา พร้อมเผยสถานการณ์โรคหัวใจและสถิติการผ่าตัดหัวใจ

ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่ไม่ติดต่อ (Non-Communicable Disease, NCD) สูงถึง 41 ล้านคน ซึ่งนับเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการตายทั้งหมดทั่วโลก โดยที่สาเหตุการตายอันดับที่ 1 ของโรคในกลุ่มนี้ คือโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน จากสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขปี พ.ศ. 2561 พบว่า ประเทศเรานั้นมีประชากรที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงเป็นอันดับ 1 โดยสูงถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกๆ ปี เนื่องด้วยปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ได้แก่ บุหรี่ มลภาวะฝุ่นควัน การบริโภคอาหารที่เต็มไปด้วยไขมันชนิดไม่ดี การไม่ออกกำลังกายและโรคประจำตัวเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมได้ไม่ดีพอ เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไตวาย/เสื่อม เป็นต้น

ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการกระตุ้น รณรงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิหัวใจไทย สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย และในขณะเดียวกันก็มีมาตรการในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการให้ผู้ป่วยเข้าถึงสถานบริการได้ครอบคลุมมากขึ้น มีการสร้างเครือข่ายและการจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยในกลุ่มเส้นเลือดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่จำเป็น และการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องได้รับการผ่าตัด แต่กระนั้นการดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่ต้องได้รับการผ่าตัด ก็ยังนับว่ายังขาดแคลนมาก

โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (ซึ่งมีโรงพยาบาล 11 แห่งในสังกัด) ที่มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร ทั้งการดูแลรักษาโรคหัวใจ หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการให้ยาและการจี้ไฟฟ้า การทำกายภาพหัวใจ การฉีดสีและเดินสายพาน และการผ่าตัดหัวใจ ทั้งโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยการทำการผ่าตัดบายพาส การผ่าตัดเปลี่ยนหรือซ่อมลิ้นหัวใจ การผ่าตัดเส้นเลือดแดงโป่งพองทั้งการผ่าตัดและการใส่ขดลวด การผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็กเบื้องต้น การใช้เครื่องพยุงหัวใจ (ExtraCorporeal Membrane Oxygenator, ECMO) เป็นต้น โดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ได้ดำเนินการผ่าตัดมาแล้วเป็นปีที่ 5 และมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยทางโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์นั้น  ได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์แพทย์ ผู้มีประสบการณ์ ทั้งจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และจากโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงทีมงานอาจารย์แพทย์หลากหลายสาขามาช่วยเหลือในกรณีที่การผ่าตัดนั้นมีความซับซ้อน ซึ่งก็ทำให้การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอมา

จากสถิติการผ่าตัดหัวใจจากสมาคมศัลยแพทย์หัวใจแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2561 นั้นพบว่า การผ่าตัดหัวใจบายพาส (Coronary artery bypass surgery, CABG) เป็นการผ่าตัดหัวใจที่สูงเป็นอันดับ 1  และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยเพิ่มขึ้น57 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา (จาก 3,790 เป็น 5,970ราย/ปี) การผ่าตัดหัวใจนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนจินตนาการ ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้การผ่าตัดดีขึ้น ทั้งในแง่ของการพักฟื้นที่เร็วขึ้น แผลเล็กลง ภาวะแทรกซ้อนที่ลดน้อยลง โดยหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะเริ่มรู้ตัวประมาณ 1-2 ชั่วโมงและสามารถรับประทานอาหารได้ใน 8-12 ชั่วโมง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยประมาณ 5-7 วันหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน หลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มตื่นรู้ตัว ลุกนั่ง ทางทีมงานกายภาพบำบัดหัวใจก็จะเข้ามาดูแล สอนการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายและหัวใจฟื้นตัวได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นทางทีมกายภาพบำบัดหัวใจจะนัดผู้ป่วยมาเดินสายพานหรือปั่นจักรยานเพื่อเรียกความฟิตของหัวใจกลับคืนมาให้มากกว่าเดิม

สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร จึงกำหนดแผนพัฒนาในโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ให้เป็นศูนย์บริการตติยภูมิเฉพาะทางด้านโรคหัวใจและปอดเพื่อสามารถให้บริการแบบครบวงจร และพัฒนาไปสู่ศูนย์เครือข่ายในการรักษาส่งต่อของผู้ป่วยและเป็นศูนย์การแพทย์ ตติยภูมิ แห่งแรกและแห่งเดียวในสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (ซึ่งมีโรงพยาบาล 11 แห่งในสังกัด) ที่มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร ที่ดำเนินการให้บริการ วินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและ หลอดเลือดแบบครบวงจร มีเทคโนโลยีและเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย ดูแลโดยทีมอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่แก่ ประชาชนและสังคม ทางศูนย์ฯประกอบด้วย สาขาวิชาต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก สาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด และสาขาวิชาวิสัญญีวิทยาหัวใจและทรวงอก

จากสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นแนวโน้มการป่วยมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี และเป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพ ทางศูนย์ฯ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดการรณรงค์สื่อสารให้รับรู้เรื่องโรค ความรุนแรง การป้องกัน และร่วมมือในการปฏิบัติการลดเสี่ยงอย่างจริงจัง จะทำให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมีประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ในการรักษาซึ่งมีคำตอบ ดังนี้

1. การใส่ขดลวดเปรียบเทียบกับการผ่าตัดบายพาสอย่างไหนดีกว่ากัน

ปัจจุบันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หากอาการไม่มาก การตีบ 1-2 เส้น หรือ 3 เส้นแบบไม่ซับซ้อนการรักษาด้วยการใส่ขดลวด อาจไม่ต่างกัน แต่การใส่ขดลวดผู้ป่วยจะมีระยะเวลาพักฟื้นที่เร็วกว่า เจ็บแผลน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยการทำบายพาส ยังคงเป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยเส้นเลือดตีบหลายเส้น แม้ว่าการรักษาเส้นเลือดตีบด้วยการทำบอลลูนและการใส่ขดลวดชนิดใหม่ หรือที่เรียกว่า Drug Eluting Stent จะให้ผลดี แต่การใส่ขดลวดเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ตีบอยู่เดิมย่อมตามมาด้วยภาวะการตีบตันซ้ำได้ง่ายกว่า กล่าวคือ ในผู้ป่วยที่มีการตับที่ไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยากที่คำนวณเป็นแต้ม ที่เรียกว่า Syntax Score ที่ต่ำ ผลการรักษาในระยะ 5-8 ปีอาจไม่ต่างกัน แต่ถ้าผู้ป่วยมีเส้นเลือดที่ตีบ3เส้นแบบยาก หรือซับซ้อน หรือผู้ป่วยที่การทำงานของหัวใจต่ำ โรคประจำตัวเช่นเบาหวานร่วมด้วยการรักษาด้วยการใช้เส้นเลือดแดงจากทั้งช่องอก 2 เส้น และเส้นเลือดแดงที่แขน ย่อมให้ผลการรักษาดีกว่า โดยเฉพาะอัตราการตีบตันซ้ำ ในระยะ 10 ปี จะน้อยกว่ามาก และโอกาสการที่จะเสียชีวิต หรือต้องมาadmitด้วยโรคหัวใจจะน้อยกว่ามาก

2. การผ่าตัดหัวใจส่องกล้องเป็นแผลเล็กหรือไม่

การผ่าตัดหัวใจมีการผ่าตัดโดยใช้กล้องช่วยผ่า และผ่าตัดให้แผลเล็กลง อย่างไรก็ตามการผ่าตัดที่แผลเล็กลง กลับไม่ใช่การผ่าตัดที่เล็กลง แต่เป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการวางแผนการผ่า การใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ ปัจจุบันการรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่ยังคงเป็นมาตรฐานหลัก หากแต่ศัลยแพทย์มีแนวโน้มที่จะลงแผลให้เล็กมากขึ้น ทั้งจากแผลเดิม ลดขนาดลงครึ่งนึง หรือเปลี่ยนทางเข้าไปหาหัวใจผ่านทางช่องอก แทนที่จะเข้าด้านหน้าหัวใจ โดยสิ่งที่ศัลยแพทย์หัวใจ คำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ในการรักษา จะต้องไม่น้อยไปกว่าการผ่าตัดมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มผ่าตัดแผลเล็กไปบ้างแล้ว และอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นเลือกวิธีการผ่าตัด ที่เหมาะสม และปลอดภัยกับผู้ป่วยเป็นสำคัญ

3. การผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ (Aorta) สามารถใส่ขดลวดทางขาหนีบได้หรือไม่

ปัจจุบันการรักษาเส้นเลือดแดงใหญ่โป่ง หรือฉีกขาดบางตำแหน่ง การรักษาด้วยขดลวด ถูกนำมารักษาผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากการผ่าตัดด้วยวิธีเปิด อาจมีภาวะแทรกซ้อนได้มาก อย่างไรก็ตาม การใส่ขดลวดยังไม่สามารถทำได้ในลักษณะการฉีกขาดทุกรูปแบบ การรักษาด้วยการผ่าตัดเปิด หากผ่าได้ผลดี ผู้ป่วยจะไม่ต้องกลับมาทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บ่อย ๆในอนาคต โดยทางโรงพยาบาลเจริญกรุงฯ มีการพิจารณาและทำการผ่าตัดทั้งแบบเปิด แบบใส่ขดลวด และ แบบผสมหรือที่เรียกว่า Hybrid Operation

4. ผ่าตัดปอดแบบเปิด กับส่องกล้อง ต่างกันอย่างไร

ทุกวันนี้ การผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยเฉพาะการผ่าตัดแผลเดียว ให้ผลลัพธ์ ทางการรักษาที่ดีมาก กล่าวคือ แผลเล็กกว่าเดิม ฟื้นตัวไว กลับบ้านไว โดยที่ผลลัพธ์ ทางด้านการเอาเนื้อร้ายออกได้หมด และผลการรักษาดีเทียบเท่ากับการผ่าตัดแบบเปิด นอกจากนี้ปัจจุบันการผ่าตัดปอดแบบน้อยกว่า 1 กลีบหรือ ที่เรียกว่า Sublobar Resection ในคนไข้ที่ไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดปอดทั้งกลีบได้ ก็เริ่มมีที่ใช้ในมะเร็งระยะเริ่มต้น

5. นอกจากผ่าหัวใจ ลิ้นหัวใจ เส้นเลือดแดงใหญ่และปอด ทางโรงพยาบาลมีการผ่าตัดชนิดอื่นด้วยหรือไม่

โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีความพร้อมด้านหัวใจ โดยมีการดูแลทั้งหัวใจเด็ก และผู้ใหญ่ ทั้งในด้านของการผ่าตัดบายพาสแบบใช้และไม่ใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม ผ่าตัดซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่าเส้นเลือดแดงแบบเปิดหรือใส่ขดลวด ผ่าตัดปอดทั้งส่องกล้อง 1 แผลเล็ก หรือแบบเปิด และการผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิดบางประเภท เริ่มจากการดูแลตั้งแต่วางแผนและพูดคุยก่อนการผ่าตัด การนัดพบหมอกายภาพบำบัดหัวใจเพื่ออธิบายเรื่องการฟื้นฟูหัวใจ การผ่าตัดได้มาตรฐาน โดยศัลยแพทย์หัวใจ 2 - 3 ท่านเข้าผ่าตัดในทุกราย หลังการผ่าตัดก็มีทีมดูแลในห้อง ICU ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และสุดท้ายทีมกายภาพจะนัดมาเดินสายพานเพื่อเช็คสมรรถภาพ วัดค่า Vo2 Max เพื่อที่ผู้ป่วยจะกลับไปแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ดีกว่าเดิมครับ

สุดท้ายแล้วอยากให้ประชาชนคนไทยดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการรักษาหากเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เพราะโรคหัวใจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เรากังวลกันครับ ทาง ศูนย์ผ่าตัดหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ขอเชิญประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาภาคประชาชน ในโครงการให้ความรู้ประชาชน เรื่อง“เทคโนโลยีในการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก” ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00-12.00 น. ห้องประชุมอุดมสังวรญาณ ชั้น 23 อาคาร ๗๒ พรรษา มหาราชินี โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ผู้ที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและตรวจคลื่นหัวใจ ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ โทรศัพท์ 062-416-4536 หรือร่วมบริจาคเพื่อสร้างห้องผ่าตัดหัวใจไฮบริดได้ที่ สำนักงาน มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อห้องผ่าตัดหัวใจ หมายเลขโทรศัพท์ 02-289-7368 หรือทางเว็บไซต์ www.ckphosp.go.th