Arise เข้าถือหุ้น TRUE 24.95% ย้ำบริหารต่อเนื่อง-รักษาวินัยปันผล
ดีล Arise เข้าถือหุ้น TRUE 24.95% ชู "ซิกเว่" เชื่อมบริหารแบบไร้รอยต่อ ย้ำวินัยการเงินและนโยบายปันผล พร้อมขับเคลื่อน AI/Cloud สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- บริษัท Arise ของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ เข้าถือหุ้น TRUE ในสัดส่วน 24.95% ซึ่งเป็นดีลเชิงยุทธศาสตร์ที่ตลาดให้ความสนใจ
- ดีลนี้เป็นการตอกย้ำความต่อเนื่องของทีมบริหารชุดเดิม โดยมีนายซิกเว่ เบรกเก้ เป็นผู้เชื่อมโยงการบริหารระหว่าง Arise และ TRUE
- Arise จะเข้ามาเสริมความเชื่อมั่นด้านวินัยทางการเงิน โดยเน้นการสร้างผลกำไรและรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น
ดีลการเข้าซื้อหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE สัดส่วน 24.95% โดยบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด หน่วยลงทุนด้านเทคโนโลยีภายใต้กลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ได้รับความสนใจอย่างสูงจากตลาดทุนและสื่อ เนื่องจากถูกมองว่าเป็น “ดีลเชิงยุทธศาสตร์” ที่ส่งสัญญาณต่อทั้งทิศทางธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการบริหาร TRUE ในเฟสหลังควบรวม
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ระบุว่า หลังดีลประกาศออกมา คำถามสำคัญของนักลงทุนถูกโฟกัสอยู่ที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) นโยบายธุรกิจและการเงินของ TRUE จะเปลี่ยนหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น เงินปันผล
(2) ผลต่อบทบาทและความต่อเนื่องของทีมบริหารเดิม ภายใต้บริบทผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนไป
(3) ผลกระทบต่อกลยุทธ์การเติบโตของ TRUE ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่สะท้อนจากผู้บริหารและโครงสร้างการกำกับดูแล (governance) ชี้ชัดว่า ดีลนี้เน้น “ความต่อเนื่อง” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะในแกนยุทธศาสตร์ที่ TRUE เดินหน้ามาตั้งแต่หลังการควบรวม TRUE–DTAC
ชูบทบาท “ซิกเว่” เป็นสะพานเชื่อม Arise ↔ TRUE
หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ตลาดจับตาดีลนี้เป็นพิเศษ คือบทบาทของ นายซิกเว่ เบรกเก้ ซึ่งไม่ได้อยู่ในฝั่ง TRUE เพียงตำแหน่งเดียว แต่ยังมีบทบาทในฝั่ง Arise ด้วย โดยนายซิกเว่ ระบุชัดว่า
“ผมเองจะมีบทบาทในบริษัท Arise ในตำแหน่ง Executive Chairman ของกลุ่ม Digital & Technology”
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ดีลนี้ถูกมองว่าเป็นการ “เชื่อม governance กับ execution” อย่างเป็นระบบ เพราะ CEO ของ TRUE คือผู้บริหารที่มีบทบาทอยู่ในกลุ่มผู้ลงทุนรายใหม่ด้วย ส่งผลให้ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแผนงานสามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่องและมีเอกภาพมากขึ้น
หลังควบรวม TRUE–DTAC: “ซิกเว่–ศุภชัย” บริหารร่วมมาโดยตลอด
อีกหนึ่งจุดที่ถูกมองว่าเป็น “ความต่อเนื่องเชิงบริหาร” คือประเด็นที่แหล่งข่าวระบุว่า ภายหลังการควบรวม TRUE–DTAC ที่ผ่านมา นายซิกเว่ได้ทำงานร่วมกับคุณศุภชัยในบทบาทประธานกรรมการอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ทั้งในเชิงกำกับทิศทาง การเร่ง synergy และการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร
ทำให้ดีล Arise เข้าถือหุ้นครั้งนี้ ถูกตีความว่าเป็น “การตอกย้ำและยืนยันบทบาท” มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ และลดความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนในการบริหารหลังเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น
Telenor ลดถือหุ้นเหลือราว 5% แต่ยังมีกรรมการ 1 คน
นายซิกเว่กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า หลังการขายหุ้นครั้งนี้ Telenor จะลดสัดส่วนถือหุ้นใน TRUE เหลือประมาณ 5% และยังคงมี กรรมการ 1 คน ในบอร์ด ซึ่งสะท้อนว่าภาพการกำกับดูแลและความต่อเนื่องด้านบอร์ดยังคงอยู่ในระดับหนึ่ง
โฟกัสตลาดทุน: TRUE เดินหน้า Bottom-line พร้อม “วินัยปันผล” ตามหลักการ Arise
แหล่งข่าว ระบุว่า หลังดีลนี้ นักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ “มิติการเงิน” โดยเฉพาะการเดินหน้าเข้าสู่เฟสที่ให้ความสำคัญกับ Bottom-line และการสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
หนึ่งในหลักการสำคัญของ Arise คือ การรักษาวินัยในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผล ซึ่งทำให้ดีลครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเสริมความเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์หลังการควบรวมจะเข้าสู่โหมด “ผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพและความสามารถทำกำไร” มากกว่าการเร่งลงทุนหนักเหมือนในช่วงโครงสร้างพื้นฐาน 5G
Arise ไม่ใช่แค่ถือหุ้น ตั้งใจ Drive AI–Cloud–Digital Infrastructure
ในภาพใหญ่ ดีลนี้ยังเชื่อมกับเป้าหมายของ Arise ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับภูมิภาค โดยนอกจากการลงทุนใน TRUE แล้ว Arise ยังเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสินทรัพย์ดิจิทัลสำคัญของกลุ่มซีพี เช่น
- True IDC (Data Center & Digital Infrastructure)
- TrueMoney / Ascend Money (Digital Finance / Virtual Bank)
- รวมถึงธุรกิจด้าน Wireless บางส่วน
ดีลที่ส่งสัญญาณ “มั่นคงขึ้น” ทั้งทีมบริหารและการเงิน
ดีล Arise–TRUE จึงถูกมองว่าเป็นดีลที่เพิ่ม “น้ำหนักความเชื่อมั่น” ต่อ TRUE ใน 2 มิติพร้อมกัน คือ
1. เสถียรภาพของทีมบริหารและทิศทางกลยุทธ์ — ไม่เปลี่ยน governance / ผู้บริหาร / direction
2. ทิศทางด้านวินัยการเงินและเงินปันผล — เป็นแกนสำคัญในการสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในเฟสหลังควบรวม
ในขณะที่ TRUE เดินหน้ากลยุทธ์ที่ประกาศไว้ และเตรียมให้รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งผลประกอบการไตรมาส 4 แผนปี 2026 และกรอบดำเนินงานในอีก 2 ปีข้างหน้า ดีลครั้งนี้จึงถูกจับตาว่าเป็น “สัญญาณบวก” ที่ตอกย้ำว่า TRUE กำลังเข้าสู่จังหวะการเติบโตครั้งใหม่ภายใต้กรอบบริหารที่ต่อเนื่องและมีวินัยชัดเจน


