posttoday

เกาหลีใต้บังคับใช้กฎหมาย AI ครบวงจร สตาร์ตอัพหวั่นฉุดนวัตกรรม

22 มกราคม 2569

เกาหลีใต้เปิดตัวกฎหมายกำกับดูแล AI ครอบคลุมที่สุดในโลก มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย หวังดันประเทศสู่มหาอำนาจ AI แต่สตาร์ตอัพหวั่นภาระปฏิบัติตามฉุดนวัตกรรม

รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มบังคับใช้ชุดกฎหมายกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ครอบคลุมมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายยกระดับความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้ AI ควบคู่กับการผลักดันประเทศสู่การเป็นหนึ่งในสามมหาอำนาจด้าน AI ของโลก อย่างไรก็ตาม กลุ่มสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการเทคโนโลยีแสดงความกังวลว่า ภาระการปฏิบัติตามกฎหมายอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม

 

กฎหมายดังกล่าว หรือ “กฎหมายพื้นฐานด้าน AI” (AI Basic Act) มีผลบังคับใช้ครบถ้วนก่อนกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป (EU AI Act) ซึ่งจะทยอยบังคับใช้เป็นระยะจนถึงปี 2570 สะท้อนความพยายามของเกาหลีใต้ในการวางกรอบกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างในระดับโลก โดยสหรัฐเลือกแนวทางกำกับแบบผ่อนปรนเพื่อไม่ให้ขัดขวางนวัตกรรม ขณะที่จีนเริ่มออกกฎบางส่วนและเสนอจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านการกำกับ AI ระดับโลก

 

ภายใต้กฎหมายของเกาหลีใต้ บริษัทผู้พัฒนาและใช้งาน AI ต้องจัดให้มี “การกำกับดูแลโดยมนุษย์” สำหรับ AI ที่จัดอยู่ในกลุ่ม “มีผลกระทบสูง” ซึ่งครอบคลุมสาขาสำคัญ เช่น ความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ การผลิตน้ำดื่ม ระบบคมนาคม การแพทย์ และการเงิน รวมถึงการประเมินเครดิตและการพิจารณาสินเชื่อ

 

นอกจากนี้ บริษัทต้องแจ้งผู้ใช้งานล่วงหน้าเมื่อมีการใช้ AI ที่มีผลกระทบสูงหรือ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) และต้องติดฉลากหรือแสดงข้อมูลอย่างชัดเจนในกรณีที่เนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นยากต่อการแยกแยะจากความเป็นจริง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ระบุว่า กรอบกฎหมายดังกล่าวออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปใช้ ควบคู่กับการสร้างรากฐานด้านความปลอดภัยและความไว้วางใจของสังคม

เกาหลีใต้บังคับใช้กฎหมาย AI ครบวงจร สตาร์ตอัพหวั่นฉุดนวัตกรรม

 

กฎหมายฉบับนี้ผ่านการจัดทำหลังการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง โดยภาคธุรกิจจะได้รับช่วงผ่อนผันอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่หน่วยงานรัฐจะเริ่มบังคับใช้บทลงโทษทางปกครอง อย่างไรก็ดี บทลงโทษถือว่ามีนัยสำคัญ เช่น กรณีไม่ติดฉลากเนื้อหาจาก Generative AI อาจถูกปรับสูงสุดถึง 30 ล้านวอน หรือราว 20,400 ดอลลาร์สหรัฐ

 

เมื่อเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป บทลงโทษของเกาหลีใต้ยังถือว่าต่ำกว่า โดย EU กำหนดโทษปรับตั้งแต่ 1% ของรายได้ทั่วโลกสำหรับความผิดเล็กน้อย ไปจนถึง 7% สำหรับการฝ่าฝืนข้อห้ามการใช้ AI ที่มีความเสี่ยงสูง

 

ด้านนายลิม จอง-อุค ประธานร่วมของสมาพันธ์สตาร์ตอัพเกาหลีใต้ ระบุว่า ผู้ก่อตั้งหลายรายรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากรายละเอียดสำคัญของกฎหมายบางส่วนยังไม่ชัดเจน และมีความกังวลว่าถ้อยคำในกฎหมายที่ค่อนข้างกว้าง อาจทำให้บริษัทเลือกแนวทางที่ปลอดภัยแต่ลดทอนความสร้างสรรค์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

 

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง แสดงความเข้าใจต่อข้อกังวลดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายรับฟังเสียงของภาคอุตสาหกรรม และจัดให้มีการสนับสนุนที่เพียงพอแก่ธุรกิจสตาร์ตอัพและกิจการร่วมลงทุน โดยย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กลไกเชิงสถาบันเพื่อดึงศักยภาพของอุตสาหกรรมออกมาอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า

 

ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และ ICT เตรียมจัดตั้งแพลตฟอร์มให้คำแนะนำและศูนย์สนับสนุนเฉพาะกิจในช่วงผ่อนผัน พร้อมระบุว่าจะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดภาระภาคธุรกิจ และอาจขยายระยะเวลาผ่อนผัน หากสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศเอื้ออำนวย

 

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้บังคับใช้กฎหมาย AI ครบวงจร สตาร์ตอัพหวั่นฉุดนวัตกรรม