5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.
5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม แนะวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ทั้งสุขภาพดีและไม่โทรม พร้อมเผย 5 เคล็ดลับต้องรู้คู่มือคนลดน้ำหนัก

“กำลังลดน้ำหนัก” ประโยคสุดฮิตติดยุคนี้ไปแล้ว คนรอบกายเราไม่ว่าจะอวบ อ้วน หรือแม้แต่ดูผอมเพรียว ก็ล้วนแต่ “กำลังลดน้ำหนัก” ด้วยวิธีสารพัดสารพัน จนไม่รู้ว่าอันไหนดี และบางวิธีก็ดูอันตรายซะเหลือเกิน ซิกน่า ประกันที่เข้าใจถึงความต้องการไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตที่แตกต่าง เผยวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จากคุณหมอตัวจริง ให้ลดได้ หุ่นดีได้ เลิกมโน โดย หมออุ๊ก-พญ.ธตรฐวงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม

แต่ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าจริงๆ แล้วใครกันนะที่ต้องลดความอ้วน?

ในทางทฤษฎี อ้วนหรือผอม สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index, BMI) อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง (Waist height ratio, WHtR) และอัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก (Waist hip ratio, WHR) ซึ่งทางยุโรปกับเอเชียจะมีค่ามาตราฐานต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะพบว่าความพึงพอใจในรูปร่างและน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะอย่างไร น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือดหัวใจ มีโรคร้ายมาเกี่ยวข้องอย่างนี้จะอยู่เฉยได้ยังไง

รวมเคล็ดลับการลดความอ้วนจากคุณหมอ

เคล็ดลับที่ 1 ทำ Food Diary

หมอให้คนไข้ทุกคนลองทำ Food Diary ของตัวเองคือจดบันทึกทุกอย่างที่ทานในแต่ละวันทั้งประเภทและปริมาณอาหารต้องจดตามจริงนะคะพอครบสัปดาห์ก็ให้ส่งการบ้านมานั่งดูด้วยกันจะเห็นเลยว่าอาหารส่วนมากที่ทานเป็นอาหารตามใจปากทั้งนั้นทานเพราะอยากไม่ใช่เพราะหิวแคลอรี่สูงมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อย

สำหรับการทำ Food Diary  จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกินเท่าไหร่หรือลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี? หมออยากให้ลองนึกภาพว่าร่างกายของเราเป็นตาชั่งดู ข้างหนึ่ง คือ input ที่เรารับเข้าสู่ร่างกาย อีกข้างเป็น output ที่ออกจากร่างกาย สภาพที่ตาชั่งสมดุลก็คือทั้ง 2 ข้างมีน้ำหนักเท่ากัน ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักก็คือควรจะลด input และเพิ่ม output เพื่อให้ร่างกายดึง storage ที่เก็บไว้ในรูปของไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานค่ะ การควบคุมปริมาณอาหารก็ช่วยลด input ได้ เน้นว่าลดนะคะไม่ใช่อดอาหาร

เคล็ดลับที่ 2 ปรับพฤติกรรมการกิน

หมอเชื่อว่าทุกคนทราบดีค่ะว่าทานอะไรแล้วอ้วนหรือไม่อ้วนเพียงแต่เรายังทานอยู่เหมือนเดิมเท่านั้นเองถ้าเป็นคนทานเก่งทานจุบจิบทั้งวันก็อาจจะเริ่มจากเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวเป็นหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลหรือผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำก่อนแล้วค่อยๆลดปริมาณลงหรือถ้าชอบดื่มชากาแฟหรือน้ำอัดลมก็อาจจะลองลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มหรือเปลี่ยนเป็นชนิดที่ให้พลังงานน้อยลงก็ช่วยได้ 

เคล็ดลับที่ 3 การออกกำลังกายลดความอ้วน

หมออยากแนะนำวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนของเราดังนี้ 

  • Basal Metabolic Rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR จะช่วยให้ทราบปริมาณแคลอรี่ที่แต่ละคนต้องการต่อวันเพื่อการลดน้ำหนักได้
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก คือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) เป็นเวลา 15-45 นาที วิธีออกกำลังกายที่แนะนำ กิจกรรมแนะนำ เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน
  • การออกกำลังกายเพื่อความกระชับ คือ กิจกรรมที่อวัยวะส่วนนั้นๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในท่าหนึ่งๆ หลายๆ ครั้ง หรือ เกร็งอวัยวะส่วนนั้นๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการล้า และตึงของกล้ามเนื้อ เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างร่างกาย (Pilates) หรือเวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกายที่ใช้แรงต้าน(Weight Training)
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก และเพิ่มความกระชับไปพร้อมกัน เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga) หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout)

อยากให้เลือกวิธีการออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เหมาะกับร่างกายอายุและความต้องการด้วยนอกจากจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอดแล้วยังช่วยยกระดับระบบเผาผลาญในร่างกาย (Basal Metabolic Rate, BMR)ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ค่อยๆ เริ่มทำช่วงที่ว่างก็ได้ พอทำได้แล้วก็ทำให้นานขึ้น ที่สำคัญคืออยากให้ทำเป็นประจำ 3-5 วันต่อสัปดาห์

เคล็ดลับอีกอย่างก็คือ เลือกวิธีการออกกำลังกายที่ชอบและสนุก จะได้ออกกำลังกายเป็นประจำได้โดยไม่เบื่อซะก่อน เพราะหากทำติดต่อกันจนเป็นนิสัย ควบคู่กับการควบคุมอาหาร ไม่ใช่แค่รูปร่างจะดีขึ้นเท่านั้น แต่สุขภาพภายในก็จะดีขึ้นอีกด้วย ลองวัดผลความพยายามของเราด้วยผลตรวจสุขภาพประจำปีดูแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเลยละ

เคล็ดลับที่ 4 ออกกําลังกายลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตามธรรมชาติถ้าน้ำหนักของร่างกายเราลดลงผิวหนังของเราจะค่อยๆหดตัวลงเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังมีปริมาณน้อยลงค่ะถ้าน้ำหนักลดเร็วเกินไปจะเกิดภาวะนั้นอยู่แล้วเพราะผิวของเราหดตามไม่ทันดังนั้นการเร่งออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เร็วที่สุดอาจไม่ถูกวิธีแต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นไม่โทรมและเสริมด้วยการออกกำลังกายเพื่อช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังกระชับ

เคล็ดลับที่ 5 สำคัญที่สุดคือใจของเรา

พออายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ การเผาผลาญของร่างกายก็ลดลง มีเวลานอนและออกกำลังกายน้อยลง ไหนจะพฤติกรรมการทานอาหารที่แย่ลงอีก ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดผิดปกติเกือบทุกตัว ทั้งเหนื่อยง่าย ทั้งนอนกรน น้ำหนักตัวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น หมอเองก็อยากมีอายุยืน ถ้าไม่ดูแลร่างกายตั้งแต่ตอนนี้จะเริ่มตอนไหน คือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

…เริ่มจัดตารางชีวิตตัวเองใหม่หมดเลย เปลี่ยนมาตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายก่อนเข้างาน ทำ Food Diary ทานมื้อเช้าเป็นมื้อหลัก และลดปริมาณอาหารมื้อเย็น เครื่องดื่มก็ค่อยๆ ลดกาแฟลง พยายามดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ทั้งหมดที่กล่าวมาตัวหมอเองใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าพฤติกรรมจะคงที่เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกๆคนที่กำลังลดน้ำหนักมีกำลังใจนะคะช้าหรือเร็วอย่าไปกังวลมากสำคัญที่ว่าคุณได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองแล้ว

.

ขอขอบคุณข้อมูล โดย พญ.ธตรฐ วงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม พีรวรรธน์คลีนิก รักษาโรคทั่วไป ดูแลความงามและศูนย์ลดน้ำหนัก จาก ซิกน่า