posttoday

อี-คอมเมิร์ซเดือด งัดมอนิเตอร์ราคาดันยอด

29 พฤษภาคม 2561

การทำธุรกิจในช่องทางอี-คอมเมิร์ซ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง”

การทำธุรกิจในช่องทางอี-คอมเมิร์ซ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง” เป็นกลยุทธ์สำคัญที่แบรนด์ต้องทำทุกช่องทางทั้งผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ เพื่อเอนเกจเมนต์ลูกค้า แต่หัวใจสำคัญต้องวางแผนสร้างคอนเทนต์ และสิ่งที่แบรนด์ต้องมีในยุคดิจิทัล การบริการ นวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยี เพราะข้อมูลดาต้ามีจำนวนมาก
เพ็ญสิริ เสถียรวงศ์นุษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ คอมเมิร์ซผู้ให้บริการด้านอี-คอมเมิร์ซครบวงจรในอาเซียน เปิดเผยว่า แนวโน้มการแข่งขันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะมี 3 รายใหญ่เป็นผู้ขับเคลื่อนในตลาดมาร์เก็ตเพลสในกลุ่มบีทูซี ลาซาด้า เจดี ดอทคอม และช้อปปี้ ส่วนตลาดดอทคอมปรับตัวเป็นตัวศูนย์กลางเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มและเน้นผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือกลุ่มเอสเอ็มอีที่ต้องการนำสินค้าไปทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับอี-คอมเมิร์ซในช่วง 2-3 ปี สินค้าไทยยังคงโฟกัสการทำตลาดภายในประเทศเป็นหลักก่อน เนื่องจากตลาดไทยมีศักยภาพเติบโตมากในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้แบรนด์จากต่างประเทศมองเห็นโอกาสทางการตลาดอี-คอมเมิร์ซไทย เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจากญี่ปุ่น คาโอ มองตลาดอุปโภคบริโภคไทยเติบโตไม่มาก แต่อี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้าสินค้าไทยถึงเริ่มมองถึงการขยายไปตลาดต่างประเทศ 
“เกมการแข่งขันที่น่าจับตามองคือ ลาซาด้าภายใต้อาลีบาบาจับมือกับรัฐบาลไทยมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่สินค้าจากจีนมาจำหน่ายในไทยเพิ่มขึ้น เพราะสินค้าแม้ว่าจะปรับค่าแรงไปแล้ว แต่สุดท้ายต้นทุนการผลิตก็ยังถูกกว่าไทย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้ประกอบการโรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงต้องเร่งปรับตัวสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกันรัฐบาลสนับสนุนการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้สินค้าไทยมีต้นทุนถูกและสามารถแข่งขันได้” เพ็ญสิริ กล่าว
ทั้งนี้ ผลจากการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากสินค้าภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดเรียลไทม์มากขึ้น ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวเครื่องมือตัวใหม่ ทำให้แบรนด์มอนิเตอร์สินค้าคู่แข่งผ่านทางออนไลน์ โดยสามารถเช็กราคาสินค้าขนาดของสินค้า เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการแข่งขัน ช่วงชิงโอกาสทางการตลาด และการสร้างช่องทางให้ลูกค้าสามารถรีวิวสินค้าที่ใช้ ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้สินค้าจริงๆ เพื่อให้ลูกค้ารายอื่นๆ สามารถพิจารณาประกอบการตัดสินใจซื้อ 
นอกจากนี้ การเอนเกจเมนต์ลูกค้าทุกช่องทางแล้ว แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องการคือ การปิดยอดขายให้ได้ ซึ่งบริษัทได้พัฒนาเครื่องมือตัวใหม่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียนำแชตบอตขึ้นมาใช้ในการทำซีอาร์เอ็มหรือบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรือนำเสนอขายสินค้าให้กับผู้ใช้งานได้อย่างรู้ใจหรือกระทั่งสินค้าใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว ขณะนี้ลาซาด้าเริ่มลงทุนและให้ความสำคัญกับเอไอ
ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในขณะนี้ การซื้อสินค้าบนมือถือสูงขึ้นเป็น 50-60% ส่วนการซื้อบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเริ่มลดลงเหลือ 40-50% ขณะที่ลาซาด้าเริ่มขับเคลื่อนการซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นช่องทางทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่การที่แบรนด์ต่างๆ จะสามารถทำแอพพลิเคชั่นได้นั้นต้องตอบโจทย์หลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสินค้าและต้องดึงให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าซ้ำ
ในส่วนของบริษัท เอ คอมเมิร์ซ ขณะนี้ดำเนินธุรกิจ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยไทยเป็นตลาดที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย สำหรับรายได้ในประเทศไทยปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโต 50% จากปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าราว 260 ราย อาทิ ยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับช่องทางอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน 
การทำตลาดอี-คอมเมิร์ซ นอกจากการเอนเกจเมนต์ทุกช่องทางแล้ว การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำหรับการทำตลาด จะทำให้แบรนด์สามารถปรับตัวได้ทันคู่แข่ง ชนะกันชนิดแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ราคา เพราะเป็นปัจจัยการตัดสินใจซื้อในโลกออนไลน์

ข่าวล่าสุด

ดีเดย์ 20 ม.ค. ไทยทดสอบระบบ Cell Broadcast พร้อมกันทั่วประเทศ