posttoday
วิกฤตหนี้สหรัฐ-ยุโรปไร้ทางออกหวั่นลุกลามฉุดเศรษฐกิจโลก

วิกฤตหนี้สหรัฐ-ยุโรปไร้ทางออกหวั่นลุกลามฉุดเศรษฐกิจโลก

17 กรกฎาคม 2554

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงและเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดเท่ากับวิกฤตหนี้ในสหรัฐและยุโรป

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงและเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดเท่ากับวิกฤตหนี้ในสหรัฐและยุโรป

ซึ่งถึงขั้นที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บิส) ออกคำเตือนว่า ปัญหาหนี้สาธารณะซึ่งกำลังเป็นปัญหาหนักหน่วงในหลายประเทศยุโรปและสหรัฐนั้น จะขยายตัวลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ มากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ รวมไปถึงประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วย

สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว คาดว่าระดับหนี้ของภาครัฐจะเพิ่มขึ้นอีกมากในไม่กี่ปีนี้ เนื่องจากมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง ประกอบกับค่าใช้จ่ายสาธารณสุขและบำเหน็จบำนาญที่สูงขึ้น

ส่วนประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้นก็ไม่ได้มีภูมิคุ้มกันในปัญหานี้นัก ซึ่งต่างมีความเสี่ยงในปัญหาความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และอาจจะเกิดภาวะช็อกจากสถานการณ์ภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังระดับหนี้สาธารณะ

เส้นตายสหรัฐ เร่งสลายวิกฤตหนี้

แม้หลายฝ่ายจะเร่งให้สภาคองเกรสสหรัฐหาข้อตกลงร่วมกันในการหาทางเพิ่มเพดานวงเงินกู้ของรัฐบาลที่เต็มวงเงิน 14.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่กี่สิบวันเท่านั้น ก่อนถึงเส้นตายการนัดชำระงวดแรกในวันที่ 2 ส.ค. แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาจะยังไม่ได้ข้อสรุปโดยง่าย เนื่องจากฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงมีความเห็นต่างกันอยู่มาก

 

วิกฤตหนี้สหรัฐ-ยุโรปไร้ทางออกหวั่นลุกลามฉุดเศรษฐกิจโลก

ในการประชุมหารือในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สภาคองเกรสต้องพบกับความล้มเหลว เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถที่จะผ่าทางตันในการลดร่างงบประมาณของประเทศได้ โดยรีพับลิกันยังปฏิเสธที่จะเพิ่มเพดานหนี้ หากประธานาธิบดี บารัก โอบามา ยังไม่ตกลงที่จะตัดลดร่างงบประมาณลง

ขณะที่ทางด้านโอบามาและเดโมแครต ยืนยันเต็มที่ว่าจะลดงบประมาณบางส่วนลง แต่รีพับลิกันจะต้องยอมให้มีการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีเงินได้สำหรับเศรษฐีมากขึ้นด้วยเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสหรัฐ ส่งผลให้มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง ได้จัดให้สหรัฐอยู่ในกลุ่มที่จะต้องทบทวนใหม่ว่าอาจจะถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งในปัจจุบันสหรัฐเป็นหนึ่งในไม่กี่ชาติในโลกที่ครองอันดับเครดิตสูงสุดที่ AAA

ทั้งนี้ หากสหรัฐถูกหั่นอันดับเครดิตลงจริง จะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในตลาดการเงินทั่วโลกทันที และจะทำให้มูลค่าการกู้ยืมของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ตลอดไปจนถึงมูลค่าการกู้ของภาคธุรกิจสหรัฐที่จะต้องจ่ายมากขึ้น นอกเหนือจากที่จะทำให้ภาคการเงินสหรัฐอยู่บนความเสี่ยง และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

หนี้ยุโรปป่วนไม่เลิก อียูเล็งปล่อยกรีซหนี้เสีย

หลังปล่อยให้วิกฤตหนี้สาธารณะกรีซยืดเยื้อจนส่อเค้าลุกลามทั่วยุโรป กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ได้เริ่มหันกลับมาพิจารณามาตรการการผิดนัดชำระหนี้บางส่วน และให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแบกรับภาระหนี้ ควบคู่ไปกับมาตรการทุ่มซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล และการแลกเปลี่ยนตราสารหนี้

ด้านกรีซเองก็ดูจะรีบร้อนเต็มที่ โดยอีวานเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังกรีซ ระบุว่า กรีซต้องการให้อียูสรุปข้อตกลงเงินช่วยเหลือรอบ 2 ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้กรีซสามารถชำระหนี้ได้ทันตามกำหนดในช่วงกลางเดือน ก.ย. ขณะที่ตลาดโลกเริ่มผันผวนเพราะความกังวลว่าปัญหาวิกฤตจะรุนแรงลุกลามไปยังประเทศในกลุ่มยูโรโซน

ทั้งนี้ กรีซระบุว่าเงินช่วยเหลือรอบใหม่จำเป็นต้องครอบคลุมระบบการเงินและการธนาคารของประเทศทั้งระบบ ไม่ใช่แค่สำหรับเงินงบประมาณของประเทศแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนที่กรีซได้รับครั้งก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอียูยังไม่สามารถตกลงหาข้อยุติแผนการที่จะให้เอกชนเข้ามาช่วยแบกรับภาระหนี้ของกรีซ โดยธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว แต่บรรดาชาติสมาชิกส่วนหนึ่งกลับเริ่มเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เป็นหนทางที่จะช่วยให้หนี้ของกรีซมีเสถียรภาพมากขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาหนี้ลุกลามไปยังชาติอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิตาลี

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะของอิตาลีพุ่งสูงเกิน 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทำให้อิตาลีในขณะนี้มีสถานะเป็นประเทศที่มีภาระหนี้สาธารณะหนักหนามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศยุโรป และเป็นรองแค่กรีซเท่านั้น

ความเสี่ยงของอิตาลีส่งผลให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้รัฐบาลอิตาลีออกมาตรการจัดการหนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อลดความวิตกกังวลในตลาดโลกต่อปัญหาวิกฤตหนี้ที่อิตาลีต้องแบกรับ

ไอเอ็มเอฟเห็นว่าการมีวินัยทางการคลังของประเทศจะช่วยให้อิตาลีสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และลดปัญหาจากภาระหนี้ได้อย่างแน่นอน

ท่ามกลางวิกฤตหนี้ที่เสี่ยงลุกลาม มูดี้ส์ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไอร์แลนด์ลง 1 อันดับอยู่ที่ Ba1 โดยจัดอยู่ในอันดับ “จังก์” หรือขยะ ซึ่งเป็นอันดับที่ไอร์แลนด์ไม่เคยได้รับมาก่อน

การตัดสินใจของมูดี้ส์ในครั้งนี้ ส่งผลให้รัฐบาลไอร์แลนด์ผิดหวัง เพราะมูดี้ส์ไม่ได้คำนึงถึงมติที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะลดดอกเบี้ยและต่ออายุหนี้ให้กับประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่มูดี้ส์แย้งว่าการที่นักลงทุนต้องเสี่ยงแบกรับภาระหนี้จากเงินช่วยเหลือในอนาคต ทำให้นักลงทุนต้องชะลอการตัดสินใจ  

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา