posttoday
มะกันวิกฤตใกล้ถูกหั่นเครดิตรอมร่อ

มะกันวิกฤตใกล้ถูกหั่นเครดิตรอมร่อ

15 กรกฎาคม 2554

มูดี้ส์เตรียมทบทวนเครดิตใหม่สหรัฐไร้ข้อสรุปขยายเพดานกู้

มูดี้ส์เตรียมทบทวนเครดิตใหม่สหรัฐไร้ข้อสรุปขยายเพดานกู้

มูดี้ส์เตือนสหรัฐเสี่ยงถูกหั่นเครดิตของจริงในไม่กี่สัปดาห์นี้ กรีซถูกฟิทช์หั่นเครดิตลงสู่จังก์อีก

สหรัฐเสี่ยงถูกลดอันดับเครดิต ความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้เป็นครั้งแรกในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ถ้าหากสภาคองเกรสสหรัฐยังคงไม่สามารถได้ข้อยุติในร่างงบประมาณซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐไม่อาจจะเพิ่มวงเงินกู้ของรัฐบาลได้ และจะทำให้ต้องผิดชำระหนี้ที่จะมีกำหนดชำระคืนในวันที่ 2 ส.ค.นี้

มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังระบุว่า ได้จัดให้สหรัฐอยู่ในกลุ่มที่จะต้องทบทวนใหม่ว่าอาจจะถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งในปัจจุบันสหรัฐเป็นหนึ่งในไม่กี่ชาติในโลกที่ครองอันดับเครดิตสูงสุดที่ AAA

ทั้งนี้ หากสหรัฐถูกหั่นอันดับเครดิตลงจริงจะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในตลาดการเงินทั่วโลกในทันที และจะทำให้มูลค่าการกู้ยืมของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ตลอดไปจนถึงมูลค่าการกู้ของภาคธุรกิจสหรัฐที่จะต้องจ่ายมากขึ้น นอกเหนือจากที่จะยังทำให้ภาคการเงินสหรัฐอยู่บนความเสี่ยง และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของพญาอินทรีอย่างรุนแรง

ในแถลงการณ์ล่าสุดของมูดี้ส์ระบุว่า มูดี้ส์ เห็นความเป็นไปได้สูงขึ้นที่เพดานการกู้ของรัฐบาลกรุงวอชิงตันจะไม่ได้รับการปรับขึ้นทันเวลา ส่งผลให้พันธบัตรสหรัฐส่วนหนึ่งจะเป็นหนี้เสีย

ทั้งนี้ เพดานการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐเต็มวงเงินมาตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อหนี้สาธารณะพุ่งแตะระดับ 14.294 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม สภาคองเกรสปฏิเสธไม่ให้ขยายวงเงินกู้ของรัฐบาลดังกล่าวจนกว่าจะได้ข้อตกลงในการตัดลดรายจ่ายในร่างงบประมาณที่รัฐบาลเสนอขึ้น

วันเดียวกัน ทางด้านกรีซ ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้อย่างสาหัสนั้น ก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งใหม่เมื่อ ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตได้ประกาศหั่นลดความน่าเชื่อถือการชำระหนี้ของกรีซลงอีก 3 อันดับ ลงสู่ระดับ “จังก์” หรือขยะ เหลือเพียงอันดับเดียวก็จะหล่นสู่สถานะ “หนี้เน่า” แล้ว

ฟิทช์ ได้ลดเครดิตกรีซจากระดับ B+ มาอยู่ที่ CCC ตามหลังมูดี้ส์ และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ที่ประกาศลดไปแล้วก่อนหน้าลงไปอยู่ที่ระดับเดียวกันเมื่อเดือนที่แล้ว

ขณะเดียวกัน ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ประเมินว่า ระดับหนี้สาธารณะของกรีซจะพุ่งทำสถิติสูงสุดที่ 161% ของจีดีพีในปี 2555 นี้ และจะต้องใช้เวลาถึงปี 2563 กว่าที่ระดับหนี้จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 127% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม อีซีบีชี้ว่าการที่กรีซจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความเต็มใจ และความสามารถของรัฐบาลกรีซที่จะต้องรักษาวินัยทางการคลัง และปฏิรูปโครงสร้างการคลังตลอดจนจะต้องเดินหน้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเต็มสูบด้วย

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI