posttoday
ลูกมังกรฝันเป็นเศรษฐีเมินปั๊มลูก

ลูกมังกรฝันเป็นเศรษฐีเมินปั๊มลูก

12 กุมภาพันธ์ 2553

90%เชื่ออยากรวยต้องมีเส้นรัฐบาล

ศก.ร้อนเงินกู้ยังล้นส่งออกดีด21%

โพสต์ทูเดย์ — เผยโพลรับตรุษจีนปีเสือ คนจีนฝันเป็นเศรษฐี มีกิจการเป็นของตนเอง เมินปั๊มลูกสร้างครอบครัว ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังคึกคัก โดยเฉพาะเงินกู้ในระบบที่ยังเพิ่มสูงขึ้น

หนังสือพิมพ์ไชนา เดลี ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นของชาวจีนทั่วประเทศ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 26.4% ที่ใฝ่ฝันถึงชีวิตที่มั่งคั่ง ขณะที่อีก 19.7% ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

จากการสำรวจยังพบว่ามีชาวจีนเพียง 18.8% ที่ต้องการสร้างครอบครัวและมีลูก ซึ่งถือเป็นผลสำรวจที่ออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย นอกจากนี้ยังมีชาวจีนเพียง 15.1% เท่านั้นที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่งในชีวิต

สำหรับอีก 9.7% หวังที่จะมีความรู้เพิ่มขึ้น 5.2% ฝันที่จะเดินทางท่องเที่ยว และ 5.1% ตั้งใจที่จะอุทิศตัวเพื่อสังคม

ก่อนหน้านี้ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ พีเพิลส์ เดลี ของจีน พบว่า มีชาวจีนถึง 91% ที่เชื่อว่ากลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่สามารถกอบโกยความมั่งคั่งขึ้นมาได้โดยอาศัยเส้นสายภายในรัฐบาล ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 42% มีทัศนะในด้านลบต่อบรรดาเศรษฐีใหม่

นิตยสารหนานฟาง เดลี ซึ่งเป็นนิตยสารทางการเงินรายสัปดาห์ ยังเปิดเผยรายชื่อครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในจีนเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ครอบครัวทั้ง 3,000 ครอบครัวมีสินทรัพย์รวมกันถึง 1.69 ล้านล้านหยวน (ราว 8.19 ล้านล้านบาท)

ด้านความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจจีน รัฐบาลจีนเปิดเผยปริมาณเงินกู้เมื่อเดือนม.ค. พบว่าถีบตัวขึ้นมาถึง 1.39 ล้านล้านหยวน (ราว 6.74 ล้านล้านบาท) จากผลของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551 ตัวเลขล่าสุดยิ่งทวีความกังวลถึงภาวะฟองสบู่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน และตอกย้ำคำเตือนของนักวิเคราะห์ที่ว่า มาตรการชะลอปริมาณเงินกู้ของรัฐบาลจะไม่ได้ผลในระยะสั้น

“การขยายตัวของสินเชื่อช่วงเดือนม.ค. ขยายตัวมากเกินไป จึงจำเป็นต้องใช้มาตการในเชิงบังคับให้มากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการขยายตัวของสินเชื่ออย่างมีเสถียรภาพ” หยูซ่ง และเฮเลน เฉียว นักวิเคราะห์จากโกลแมน แซคส์ กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อในจีนช่วงเดือนม.ค. กลับชะลอตัวลง โดยดัชนีราคาผู้บริโภคปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.5% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.ปีที่แล้วที่ปรับขึ้นมา 1.9% ซึ่งจากภาวะชะลอตัวลงดังกล่าวทำให้แรงกดดันธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยคลายตัวลง

“นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับตลาด ภาคเงินเฟ้อที่ลดลงเล็กน้อยหมายความว่าโอกาสที่รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการเงินแบบรัดกุมยิ่งน้อยลง” เฉียนชีหมิน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เซินอิน หวางกั๋ว กล่าว

ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปรับบวกขึ้นมา 3% ปิดที่ 2,985.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.49 หมื่นล้านหยวน แรงหนุนมาจากภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนมาจากตัวเลขการส่งออกช่วงเดือนม.ค. ที่ทะยานขึ้นมาถึง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่า 1.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.59 ล้านล้านบาท) ขณะที่ได้เปรียบดุลการค้าพุ่งขึ้นมา 1.41 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.65 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา เยอรมนีต้องสูญเสียตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกให้กับจีน หลังจากที่เยอรมนีครองตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2546 หลังจากที่ภาคส่งออกของเยอรมนีทิ้งตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2493

โรเบิร์ต ซับบาราแมน นักวิเคราะห์จากโนมูระ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า ตัวเลขส่งออกล่าสุดของจีนยังบ่งชี้ถึงระดับความต้องการสินค้าจีนที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐและยุโรป แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังหลุดพ้นจากภาวะถดถอย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI