posttoday
ม้าเหล็กติดจรวด

ม้าเหล็กติดจรวด

10 กรกฎาคม 2554

“จําได้ว่าชีวิตนักศึกษาช่วงก่อนปิดเทอมภาคฤดูหนาวต้องเบียดเสียดเป็นปลากระป๋องยืนออกันอยู่ในสถานีรถไฟ

“จําได้ว่าชีวิตนักศึกษาช่วงก่อนปิดเทอมภาคฤดูหนาวต้องเบียดเสียดเป็นปลากระป๋องยืนออกันอยู่ในสถานีรถไฟ

เพื่อรอซื้อตั๋วกลับบ้านเกิดเมืองนอน มีอยู่หลายครั้งที่ต้องคอตกกลับไปมือเปล่า เสียทั้งเวลาและอารมณ์ แต่ตอนนี้มีทางเลือกใหม่ให้กับการเดินทางแล้ว เพราะสามารถเลือกใช้บริการรถไฟความเร็วสูงที่หาซื้อตั๋วได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจได้ว่ามีตั๋วแน่นอน”

“ทำงานประจำอยู่ในปักกิ่ง นานๆ ทีจะได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ซานตงกับเขาเสียที ขนาดตั้งอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่งเท่าใดนัก แต่ด้วยงานที่วุ่นวายและเวลาที่ไม่ลงตัว ทำให้แทบไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน จากนี้ไป ถ้าคิดถึงบ้าน ก็สามารถตีตั๋วรถไฟความเร็วสูงปักกิ่งซานตง ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ได้เห็นหน้าค่าตาสมาชิกในครอบครัวแล้ว”

“วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ จะไปเยี่ยมเพื่อนที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แค่ซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเซี่ยงไฮ้เพียงใบเดียว ความฝันก็เป็นจริงได้”

ความคิดเห็นที่หยิบยกมาข้างต้นนี้ เป็นเสียงสะท้อนจากผู้โดยสารที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2011 โดยมีนายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่าในฐานะประธานพิธีเบิกฤกษ์ลงมือก่อสร้างราวเดือน เม.ย. 2008 ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดใช้งานและร่วมนั่งในขบวนรถไฟสายนี้กับผู้โดยสารที่นั่งกันเกือบเต็มขบวน ตลอดระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง ท่านคอยสอบถามความพึงพอใจของประชาชนที่ได้รับจากการโดยสาร บรรยากาศการนั่งรถไฟเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

ม้าเหล็กติดจรวด

ขบวนรถไฟสายประวัติศาสตร์ที่กำลังเป็นที่จับจ้องของชาวโลกและเป็นของขวัญชิ้นล้ำค่าในงานเฉลิมฉลองการก้าวสู่ขวบปีที่ 90 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสายนี้ มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า “เหอเสียเฮ่า” หรือ “ขบวนรถไฟแห่งความสมานฉันท์” ถือเป็นชื่อเรียกที่สะท้อนให้เห็นถึงปรารถนาของชาวจีนที่จะสรรค์สร้างความรู้สึกดังกล่าวให้เกิดขึ้นในสังคมที่มีผู้คนหลากหลายชนเผ่าอาศัยอยู่ร่วมกันเฉกเช่นประเทศจีนนั่นเอง

รถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ สร้างสถิติให้แก่วงการรถไฟจีนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่มีระยะทางยาวที่สุดของโลกที่ก่อสร้างเสร็จในคราวเดียว ความยาวตลอดเส้นทางที่มีถึง 1,318 กิโลเมตร ถือเป็นระยะทางที่เทียบได้กับเส้นทางรถไฟที่ลัดเลาะไปมาตามประเทศเล็กๆ ในยุโรปราว 5-6 ประเทศทีเดียว เส้นทางการวิ่งของรถไฟที่เริ่มต้นจากปักกิ่งไปสุดปลายทางที่เซี่ยงไฮ้มีรูปลักษณ์คล้ายกับมังกรตัวใหญ่ที่กำลังบินทะยานไปตามเมืองต่างๆ โดยลัดเลาะผ่านแม่น้ำขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำไห่เหอ แม่น้ำฮวงโห แม่น้ำฮว๋ายเหอ และแม่น้ำแยงซีเกียง

ด้วยความที่รถไฟสายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถไฟความเร็วสูงที่มีมาตรฐานการสร้างดีที่สุดในโลก ส่งผลให้โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่แสดงถึง “การสร้างสรรค์แบบจีน” มากกว่า “Made in China” ที่มักสร้างความรู้สึกไม่ค่อยดีในเรื่องคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค ระดับความเร็วในการวิ่งของรถไฟขบวนนี้กำหนดไว้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในระยะแรกเริ่มจะวิ่งอยู่ที่ระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่ากันว่า ในช่วงที่ความเร็วขึ้นไปแตะที่ระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แก้วน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแทบไม่เกิดการสั่นไหว

ม้าเหล็กติดจรวด

นอกจากจะสร้างความฮือฮาในเรื่องเทคนิคการสร้างที่ทันสมัยแล้ว ความโดดเด่นในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย ถึงกับมีการวิเคราะห์กันว่า สินค้าที่ลำเลียงผ่านทางรถไฟสายนี้มีปริมาณมากกว่ารถไฟทั่วไป 4-5 เท่า จึงมีศักยภาพในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตอย่างมาก ที่สำคัญ ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในตลาดเศรษฐกิจจีนได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย เพราะเส้นทางที่แล่นผ่านประกอบด้วยเมืองปกครองตนเอง 3 แห่ง อย่างปักกิ่ง เทียนจิน และเซี่ยงไฮ้ รวมถึงมณฑล 4 แห่ง ได้แก่ เหอเป่ย์ ซานตง อานฮุย และเจียงซู ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 6.5 ของประเทศ เมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรเกินล้านคนมีมากถึง 11 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 25.8 ของประชากรทั่วประเทศ แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับ GDP รวมของประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนี้ที่อยู่ในระดับสูงกว่าร้อยละ 40 ของประเทศ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ดินแดนที่แล่นผ่านเป็นบริเวณที่มีเศรษฐกิจเฟื่องฟูและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง

การเปิดใช้ทางรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ถือเป็นข่าวดีสำหรับแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวที่เตรียมรับทรัพย์ใส่กระเป๋าอย่างหน้าชื่นตาบาน โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนักที่มีเส้นทางรถไฟสายนี้แล่นผ่าน ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจภาคต่างๆ ในวงจรธุรกิจการท่องเที่ยวและเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกประกอบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศที่วางแผนการเดินทางให้แก่ตนเอง

แน่นอนว่า แวดวงธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดใช้ คงหนีไม่พ้นธุรกิจการบินเชิงพาณิชย์ของจีนที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดและราคาตั๋วเครื่องบิน เพื่อรับมือกับคู่แข่งที่น่ากลัวเช่นนี้ มีการวิเคราะห์กันถึงความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างการโดยสารเครื่องบินและการใช้บริการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ไว้ว่า

ระยะทางที่น้อยกว่า 500 กิโลเมตรลงมา รถไฟความเร็วสูงถือว่าได้เปรียบกว่าเครื่องบินมาก คิดว่าเส้นทางการบินที่มีระยะทางดังกล่าวอาจต้องถูกยกเลิกไป

ระยะทางระหว่าง 500-800 กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูงอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนตลาดของเครื่องบินประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์

ม้าเหล็กติดจรวด

ระยะทางระหว่าง 800-1,200 กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูงอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนตลาดของเครื่องบินประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ (เส้นทางการบินระหว่างปักกิ่งเซี่ยงไฮ้ มีระยะทาง 1,088 กิโลเมตร คาดว่ารถไฟความเร็วสูงจะกระทบส่วนแบ่งตลาดประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์)

ระยะทางตั้งแต่ 1,200 กิโลเมตรขึ้นไป เครื่องบินถือว่าได้เปรียบรถไฟความเร็วสูงอย่างไร้ข้อกังขา

เมื่อเทียบกันแล้ว รถไฟความเร็วสูงมีภาษีดีกว่าเครื่องบินมากก็ตรงราคาค่าตั๋วที่ถูกกว่าเป็นเท่าตัว ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าภาษีสนามบิน ภาษีน้ำมันที่เมื่อนำมารวมกันแล้ว ทำให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงกว่าการซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงอยู่มากโขทีเดียว

แม้ว่าการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีที่มนุษย์สรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่วงการคมนาคม จะก่อให้เกิดความกดดันด้านการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการนี้คงไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากผู้บริโภคที่สามารถเลือกใช้นวัตกรรมเหล่านี้ได้ตามความต้องการ

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI