posttoday
จับชีพจรเงินเฟ้อจีน ครึ่งปีหลังไม่มีขึ้นดอก...

จับชีพจรเงินเฟ้อจีน ครึ่งปีหลังไม่มีขึ้นดอก...

10 กรกฎาคม 2554

ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศจีนซึ่งพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศจีนซึ่งพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศจีนซึ่งพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ได้ทำให้ธนาคารกลางจีนต้องประกาศขึ้นดอกเบี้ยมาเป็นระยะๆ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา จีนประกาศขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ภายในรอบปีนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อประจำเดือน มิ.ย. คาดว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 6%

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนั้นนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีน ได้ยืนยันว่า เศรษฐกิจจีนที่เริ่มเชื่องช้าลงแล้วนั้นจะทำให้จีนสามารถควบคุมระดับเงินเฟ้อได้มากขึ้น และในช่วงครึ่งปีหลังนี้จีนอาจจะไม่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไป

 

จับชีพจรเงินเฟ้อจีน ครึ่งปีหลังไม่มีขึ้นดอก...

การขึ้นดอกเบี้ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.25% นั้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จีนขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 6.56% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นไปอยู่ที่ 3.5% ซึ่งน่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายสำหรับปี 2554 นี้

ความเชื่อมั่นของนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า นั้นเป็นผลมาจากที่สัญญาณตัวเลขเศรษฐกิจในหลายส่วนเริ่มเห็นชัดถึงการชะลอตัวลง ไม่ว่าจะเป็นดัชนีภาคการผลิตที่เริ่มหดตัว และความต้องการในภาคการส่งออกก็เริ่มลดความร้อนแรงลง อีกทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนนั้นยังถือเป็นอานิสงส์สกัดกระแสทุนร้อนที่จ้องเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นในจีนอีกด้วย

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนั้นจะช่วยลดความวิตกกังวลของผู้บริโภคต่อราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาเนื้อสุกรในจีนได้พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาอาหารโดยเฉลี่ยในเดือน พ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งการชะลอเศรษฐกิจของจีนลงนั้นน่าจะยังช่วยควบคุมการปรับขึ้นของราคาสินค้าในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน

ตามการคาดการณ์ของบลูมเบิร์ก ชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อประจำเดือน มิ.ย. ของจีนน่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 6.2% หลังจากที่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาได้ไต่ขึ้นมาอยู่ที่ 5.5% แล้ว

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า จีนพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่มีความสำคัญๆ อย่างเช่น ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เลื่อนจังหวะเวลาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือน มิ.ย. จากวันที่ 15 มาอยู่ที่วันที่ 9 ของทุกเดือนแทน

เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนยังได้เปิดการสอบสวนเจ้าหน้าที่หลายคนที่เชื่อว่าเป็นผู้ปล่อยข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเหล่านี้ออกมาก่อนเวลาจริง

ขณะเดียวกันแม้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของจีน จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้นไปที่ 6.56% และดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี ขึ้นไปอยู่ที่ 3.5% แต่ทว่าทางด้านกองทุนแคปปิตอล อีโคโนมิก ในกรุงลอนดอน ยังเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยจีนยังอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน

ดังนั้น จีนยังอาจจะต้องใช้มาตรการกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อควบคุมการปล่อยกู้ต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่จีนจะเริ่มกลับมาใช้มาตรการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีหน้านี้ สอดคล้องกับความเห็นของ เซี๊ยปิน ที่ปรึกษาธนาคารกลางจีน ยืนยันว่าการขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น ยังถือว่าเป็นมาตรการที่ยัง “ไม่เพียงพอ”

ขณะเดียวกันสัญญาณทางเศรษฐกิจจีนที่บ่งชี้ให้เห็นถึงภาวะชะลอตัวลงนั้น เห็นได้ชัดกับตัวเลขดัชนีภาคการผลิตประจำเดือน มิ.ย. ที่ลดต่ำลงที่สุดในรอบ 28 เดือน ส่วนการส่งออกและผลผลิตอุตสาหกรรมก็เริ่มเชื่องช้าลงเช่นกัน ตามกระแสความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่เริ่มลดลง

กระนั้นก็ตาม แม้ว่าจีนจะเริ่มเห็นว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเชื่องช้าลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการควบคุมเงินเฟ้อในประเทศ จนทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังจีนอาจจะไม่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป แต่ทว่านักลงทุนบางคนก็เห็นว่า ความล่าช้าในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อของจีนได้ทำให้จีนเริ่มกลายเป็นฟองสบู่มากแล้ว

“เศรษฐกิจของประเทศจีนกำลังเป็นฟองสบู่ เพราะเจ้าหน้าที่จีนรอนานเกินไปที่จะแก้ปัญหาเงินเฟ้อ” จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังของโลกให้ความเห็น

แต่นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ก็ยืนยันชัดเจนผ่านหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ เมื่อปลายเดือนที่แล้วว่า มาตรการของจีนเพื่อควบคุมเงินเฟ้อนั้นถือว่าได้ผล และการปรับขึ้นของราคาสินค้าผู้บริโภคก็จะเริ่มช้าลง

“ราคาจะกลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุบได้และจะลดลงอย่างต่อเนื่อง” เวินแสดงความเชื่อมั่น

ด้าน หวังเตา นักวิเคราะห์จากยูบีเอส เอจี ยังแสดงความเชื่อมั่นเช่นกันว่า จีนจะไม่ประสบกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่รุนแรงเกินไปจนสร้างความเสียหายอย่างแน่นอน เพราะเศรษฐกิจจีนยังได้รับโมเมนตัมจากการเติบโตของดัชนีภาคอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว

นอกเหนือจากที่รัฐบาลจีนยังมีแผนการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรอีกหลายล้านหลัง ซึ่งจะเป็นเครื่องรับประกันว่า เศรษฐกิจจีนจะไม่พบกับฮาร์ดแลนดิง ขณะที่เงินเฟ้อจะเริ่มควบคุมได้อย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI