
ฝรั่งกลัวอะไร
ตั้งแต่ไทยผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศก็จับตาผลการเลือกตั้ง
ตั้งแต่ไทยผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศก็จับตาผลการเลือกตั้ง
โดย..ธนพล ไชยภาษี
ตลอดจนการฟอร์มทีมรัฐบาลชุดใหม่ของไทยอย่างตาไม่กะพริบครับ ทั้งแสดงความยินดี ที่การเลือกตั้งไทยเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลชุดก่อนของอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปตลอดจนถึงการวิเคราะห์การทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคต
พอสรุปได้คร่าวๆ ว่า ต่างชาติเองก็ยังรู้สึกกังวลไม่น้อยต่อการเมืองไทย ว่าจะไปรอดหรือไม่ เพราะปัญหาท้าทายยังเป็นปมทางการเมืองเหลืออีกอยู่มาก ซึ่งมองดูแล้วก็จริงเสียด้วยครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่คำตอบของปัญหาการเมือง 5 ปีที่ผ่านมาทั้งหมด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนับหนึ่งใหม่ ว่ารัฐบาลชุดใหม่ของคุณยิ่งลักษณ์นั้น จะตั้งใจ “แก้ปัญหา” หรือจะตั้งใจ “สร้างปัญหาใหม่” กันแน่
มีการพูดถึงและการรายงานถึงคำว่า “ปรองดอง” มาเป็นระยะๆ ว่าการปรองดองในประเทศไทยนั้นแท้จริงหมายถึงอะไร หมายถึงการนิรโทษกรรมหรือไม่ หมายถึงการขึ้นมาเอาผิด เช็กบิลศัตรูทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งถ้าใช่นั่นอาจจะไม่ใช่การปรองดอง แต่น่าจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่มากกว่า
คำหนึ่งที่นักวิเคราะห์ต่างชาติยังคงแสดงความวิตกกังวลถึงก็คือ “กองทัพ” ที่ถ้าหากรัฐบาลชุดคุณยิ่งลักษณ์ ยิ่งเร่งเครื่องเดินหน้านิรโทษกรรม หรือเช็กบิลศัตรูทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการสังหารเสื้อแดง 91 ศพ ด้วยแล้ว การเมืองไทยจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากยิ่งขึ้นที่จะกลับสู่ภาวะไร้เสถียรภาพ และจะเลวร้ายหนักถ้ากองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องอีกครั้ง
สำนักข่าวบีบีซี รายงานบทวิเคราะห์อ้างนักลงทุนต่างชาติเอาไว้ว่า สิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนมากที่สุดมี 3 เหตุการณ์ครับ คือ 1.การรัฐประหารเมื่อปี 2549 2.การปิดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปี 2550 และสุดท้ายคือ 3.เหตุการณ์การเผาบ้านเผาเมืองของเสื้อแดง 2 ครั้ง เมื่อปี 2552 และ 2553
แต่เหตุการณ์ที่นักลงทุนมองว่า สร้างความเสียหายให้มากที่สุดคือ การรัฐประหารเมื่อปี 2549 ครับ ฝรั่ง นักลงทุนนั้นไม่ถูกโฉลกกับทหารอย่างแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวมากที่สุดในระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก
ก็เป็นที่น่ายินดี ที่ผู้บัญชาการทหารบกของเราได้ออกมายืนยันว่า ทหารจะไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไป อย่าดึงทหารเข้าไปในการเมืองอีก เมื่อกองทัพให้คำมั่นเช่นนี้แล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี
คราวนี้ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เอง ว่าจะเดินเกมที่เป็นการยั่วยุ ให้ทหารออกมาหรือไม่
จะนิรโทษกรรม จะเช็กบิลอะไร ขอให้ไตร่ตรองให้เห็นถึงผลในภายภาคหน้าให้ลึกซึ้งมากขึ้น
คำว่าปรองดอง มีความหมายเดียวกันกับคำว่าสมานฉันท์ ซึ่งไม่ควรจะนำไปสู่การนิรโทษกรรม หรือทำผิดให้เป็นถูกครับ







