
กระสวยอวกาศใกล้ปิดฉาก
โครงการกระสวยอวกาศขององค์การนาซากำลังจะถึงบทสุดท้ายในเดือน ก.ค. 2554 นาซาเตรียมส่งนักบินอวกาศ 4 คน
โครงการกระสวยอวกาศขององค์การนาซากำลังจะถึงบทสุดท้ายในเดือน ก.ค. 2554 นาซาเตรียมส่งนักบินอวกาศ 4 คน
โดย..วรเชษฐ์ บุญปลอด
ขึ้นไปกับกระสวยอวกาศแอตแลนติสในสัปดาห์นี้ เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติในภารกิจครั้งสุดท้าย จากนั้นอีก 12 วันจะบินกลับสู่พื้นโลก
โครงการกระสวยอวกาศเป็นโครงการอวกาศที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถนำจรวดและยานอวกาศที่ส่งขึ้นไปในอวกาศแล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งต่างจากโครงการอวกาศก่อนหน้านั้น อย่างโครงการอะพอลโล
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา ได้ส่งกระสวยอวกาศโคลัมเบียขึ้นบินเป็นเที่ยวแรกเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2524 หลังจากนั้นก็มีกระสวยอวกาศอีก 4 ลำ ได้แก่ แชลเลนเจอร์ (Challenger) ดิสคัฟเวอรี (Discovery) แอตแลนติส (Atlantis) และเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) รวมเป็น 5 ลำ รัสเซียก็เคยมีโครงการกระสวยอวกาศในชื่อกระสวยอวกาศบูรัน (Buran) ขึ้นบินเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2531 แต่โครงการก็หยุดชะงักไปในปี 2536 เนื่องจากขาดงบประมาณและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ
กระสวยอวกาศของนาซารับนักบินอวกาศได้สูงสุด 7 คน โดย 2 คนในนี้เป็นผู้บังคับการและนักบินนำร่อง กระสวยอวกาศได้รับการออกแบบให้ทะยานขึ้นจากพื้นโลกในแนวตั้ง โดยมีถังเชื้อเพลิงภายนอกและจรวดขับดันเชื้อเพลิงแข็ง ส่งให้กระสวยอวกาศเข้าสู่วงโคจรรอบโลก เมื่อจะกลับสู่พื้นโลก กระสวยอวกาศจะบินลงมา แล้วร่อนลงสู่ทางวิ่ง ขณะลงจอดจะใช้ร่มชูชีพช่วยลดความเร็ว
โครงการกระสวยอวกาศนาซาประสบความสำเร็จหลายครั้งในภารกิจต่างๆ กัน เช่น ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ 71 รายการ ในสเปซแล็บ (Spacelab) ครั้งแรกเมื่อปี 2526 โดยร่วมมือกับองค์การอวกาศยุโรป การซ่อมดาวเทียมโซลาร์แมกซิมัมมิชชัน (Solar Maximum Mission) เมื่อปี 2527 การขึ้นไปเก็บกู้ดาวเทียมในกลุ่มดาวเทียมปาลาปาและเวสตาร์จากวงโคจรในปี 2527
โครงการต้องหยุดชะงักเมื่อเกิดเหตุกระสวยอวกาศแชลเลนเจอร์ระเบิดเมื่อปี 2529 ทำให้สูญเสียนักบินอวกาศ 7 คน หลังอุบัติเหตุครั้งนั้น กระสวยอวกาศขึ้นบินอีกกว่า 80 เที่ยวบิน ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ การปล่อยยานแมเจลแลนซึ่งเป็นยานสำรวจดาวศุกร์ และปล่อยยานกาลิเลโอซึ่งเป็นยานสำรวจดาวพฤหัสบดีในปี 2532
กระสวยอวกาศถูกใช้ในการปล่อยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และยานยูลีสซีสซึ่งใช้สำรวจดวงอาทิตย์ในปี 2533 ภารกิจซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลครั้งแรกในปี 2536 ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พ.ศ. 2538 กระสวยอวกาศแอตแลนติสได้เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศมีร์ของรัสเซียเป็นครั้งแรกจากทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งมีขึ้นระหว่างปี 2538-2541 กระสวยอวกาศใช้ปล่อยหอสังเกตการณ์รังสีเอกซ์จันทราในปี 2542 หลังจากนั้นภารกิจส่วนใหญ่ของกระสวยอวกาศเป็นการร่วมกันก่อสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ
ต้นปี 2546 กระสวยอวกาศของนาซาเหลือเพียง 3 ลำ เมื่อต้องสูญเสียกระสวยอวกาศโคลัมเบียในอุบัติเหตุขณะกำลังเดินทางกลับ นักบินอวกาศ 7 คน เสียชีวิต หนึ่งในนั้นเป็นนักบินอวกาศคนแรกของอิสราเอล อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงครั้งที่ 2 นี้ได้ทำให้โครงการต้องสะดุดอีกครั้ง
หลังจากความพยายามแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ กระสวยอวกาศขึ้นบินได้อีกในปี 2548 ภารกิจต่อมาจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นการต่อเติมโมดูลและอุปกรณ์ทั้งหลายให้กับสถานีอวกาศนานาชาติ ระหว่างนั้นมีภารกิจซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2552
กระสวยอวกาศแอตแลนติสจะเป็นเที่ยวบินที่ 135 และเที่ยวบินสุดท้ายของโครงการกระสวยอวกาศ นักบินอวกาศถูกลดจำนวนลงเหลือ 4 คน เพราะหากเกิดกรณีที่กระสวยอวกาศได้รับความเสียหายร้ายแรงขณะเดินทางขึ้นจากพื้นโลกจนมีความเสี่ยงอันตรายสูง นักบินจะสามารถอาศัยอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ก่อนทยอยเดินทางกลับโลกด้วยยานโซยุซของรัสเซีย
ตามกำหนดการ แอตแลนติสจะถูกปล่อยขึ้นจากฐานส่งยานที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ในวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. 2554 เวลา 11.26 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งตรงกับเวลา 22.26 น. ตามเวลาในประเทศไทย กระสวยอวกาศมีกำหนดเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงวันที่ 1018 ก.ค. แล้วกลับสู่พื้นโลกในวันพุธที่ 20 ก.ค.
หลังปิดฉากโครงการ กระสวยอวกาศแต่ละลำจะกระจายไปตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์และศูนย์อวกาศต่างๆ สิ้นสุดโครงการที่ดำเนินมานานกว่า 30 ปี
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (3-10 ก.ค.)
ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำมีดาวพุธกับดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์สว่าง 2 ดวง ดาวพุธอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก ส่วนดาวเสาร์อยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในกลุ่มดาวหญิงสาว ค่ำวันพุธที่ 6 ก.ค. ดาวพุธจะผ่านใกล้กระจุกดาวแห่งหนึ่ง ชื่อกระจุกดาวรังผึ้งในกลุ่มดาวปู ห่างเพียง 1 องศา แต่การสังเกตดาวพุธอาจทำให้ยาก เนื่องจากอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่มากนัก และหายลับขอบฟ้าในช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท
ดาวเสาร์อยู่สูงบนท้องฟ้า สังเกตได้ง่าย กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูงสามารถส่องเห็นวงแหวนที่ล้อมรอบดาวเสาร์ และสัปดาห์นี้ดาวเสาร์จะตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืน
ท้องฟ้าเวลาเช้ามืดมีดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีอยู่ทางทิศตะวันออก ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาววัว ผ่านใกล้ดาวอัลเดบารัน ซึ่งเป็นดาวสว่างของกลุ่มดาวนี้ในเช้ามืดวันอังคารที่ 5 ก.ค. ที่ระยะห่าง 5.6 องศา ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวแกะ ขึ้นมาก่อนโดยทำมุมเหนือขอบฟ้า 10 องศาตั้งแต่เวลาประมาณตี 2 ดาวอังคารขึ้นตามมาในเวลาประมาณตี 4 เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นไปอยู่สูงที่มุมเงยประมาณ 50 องศา ดาวอังคารมีมุมเงยประมาณ 20 องศา
สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ดวงจันทร์เสี้ยวปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. ขณะท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท หากฟ้าเปิดจะมีโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ทางซ้ายมือของดาวพุธที่ระยะห่าง 8 องศา
จากนั้นวันอังคารที่ 5 ก.ค. ดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ทางซ้ายมือของดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 8 องศา วันพฤหัสบดีที่ 7 ก.ค. ดวงจันทร์อยู่ต่ำกว่าดาวเสาร์ 10 องศา วันศุกร์ที่ 8 ก.ค. ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง พร้อมกับอยู่ใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะ 6 องศา







