posttoday
ดอว์นเตรียมสำรวจดาวเคราะห์น้อย

ดอว์นเตรียมสำรวจดาวเคราะห์น้อย

26 มิถุนายน 2554

เดือน ก.ค. 2554 ยานดอว์น (Dawn) ขององค์การนาซาจะเข้าใกล้เวสตา ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ

เดือน ก.ค. 2554 ยานดอว์น (Dawn) ขององค์การนาซาจะเข้าใกล้เวสตา ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ

โดย..วรเชษฐ์ บุญปลอด

ยานดอว์นมีกำหนดจะโคจรรอบเวสตานาน 1 ปี ก่อนออกเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยอีกดวงหนึ่ง

นักดาราศาสตร์สงสัยกันมานานแล้วว่า พื้นที่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี ดูเหมือนจะเป็นที่ว่างซึ่งควรจะมีวัตถุหรือดาวเคราะห์โคจรอยู่ จนกระทั่งวันที่ 1 ม.ค. 1801 ข้อสงสัยนี้ก็คลี่คลายไปได้ เมื่อ จูเซปเป ปีอัซซี (Giuseppe Piazzi) นักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงแรก ตั้งชื่อว่า ซีรีส (Ceres)

ปีถัดมา ไฮน์ริช วิลเฮล์ม โอลเบอรส์ (Heinrich Wilhelm Matthไus Olbers) นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2 ตั้งชื่อว่า พาลลัส (Pallas) ปี ค.ศ. 1804 คาร์ล ลุดวิก ฮาร์ดิง (Karl Ludwig Harding) นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 3 ตั้งชื่อว่า จูโน (Juno) ส่วนดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 4 เวสตา (Vesta) ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1807 เป็นดาวเคราะห์น้อยอีกดวงหนึ่งที่ค้นพบโดยโอลเบอรส์

ซีรีสเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 950 กิโลเมตร (ยังไม่ทราบขนาดที่แน่นอน แต่คลาดเคลื่อนไปจากนี้ไม่มากนัก) แม้ว่าจะมีขนาดและมวลสูงที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์น้อยที่โคจรอยู่บริเวณเดียวกัน แต่ก็นับว่าเป็นวัตถุขนาดเล็กเมื่อเทียบกับดวงจันทร์ของโลกซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,476 กิโลเมตร

 

ดอว์นเตรียมสำรวจดาวเคราะห์น้อย

หลังจากการค้นพบเวสตา มีช่วงเว้นว่างนานถึง 38 ปี กว่านักดาราศาสตร์จะค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 5 สาเหตุเพราะดาวเคราะห์น้อยมีความสว่างน้อยมาก ดาวเคราะห์น้อยกลุ่มที่พบแรกๆ ถูกค้นพบด้วยการสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ เทียบกับตำแหน่งดาวฤกษ์ในแผนที่ดาว หลังจากนั้นการค้นพบดาวเคราะห์น้อยเกือบทั้งหมดล้วนมาจากภาพถ่าย

ในช่วงแรกๆ ของการค้นพบวัตถุที่โคจรอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี วัตถุที่เราเรียกว่าดาวเคราะห์น้อยในปัจจุบันนี้ หลายดวงต่างเคยถูกขนานนามว่าเป็นดาวเคราะห์มาก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีนิยามของคำว่าดาวเคราะห์ นิยามของคำนี้เพิ่งจะกำหนดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2549 ในที่ประชุมของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ซึ่งทำให้พลูโตหลุดจากรายชื่อดาวเคราะห์ และสร้างนิยามเพื่อกำหนดชนิดของวัตถุในระบบสุริยะขึ้นใหม่ คือ ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf Planet) วัตถุที่ถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์แคระในปัจจุบันมี 5 ดวง ในจำนวนนี้รวมถึงซีรีสและพลูโตด้วย

ปัจจุบันยังไม่มียานอวกาศลำใดเดินทางไปถึงดาวเคราะห์แคระ แต่ทั้งซีรีสและพลูโตต่างก็มียานอวกาศอยู่ในเส้นทางที่กำลังมุ่งหน้าไปหามัน ยานดอว์นจะเดินทางถึงซีรีสในต้นปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ยานนิวเฮอไรซอนส์ (New Horizons) ก็จะเดินทางถึงพลูโตในปีเดียวกัน แต่สำหรับยานดอว์น ก่อนหน้านั้นมันมีภารกิจในการสำรวจเวสตา

จรวดนำยานดอว์นขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2550 มันผ่านใกล้ดาวอังคารเมื่อเดือน ก.พ. 2552 เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารช่วยเหวี่ยงยานออกไปยังวงโคจรของเวสตาซึ่งอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่า ขณะนี้ยานดอว์นใกล้จะถึงเวสตาแล้ว มันเริ่มส่งภาพถ่ายเวสตามาให้เราได้เห็นเป็นระยะๆ พร้อมกับลดความเร็วลง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่วงโคจรรอบเวสตา ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.ค. 2554 จังหวะนั้นเวสตาจะอยู่ห่างโลกประมาณ 188 ล้านกิโลเมตร

 

ดอว์นเตรียมสำรวจดาวเคราะห์น้อย

เวสตามีพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ถึงราว 40% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น สูงกว่าดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงได้เพียง 7% ขณะที่เวสตาใกล้โลกที่สุด มันสว่างพอที่เราสามารถจะสังเกตเห็นเวสตาได้ด้วยตาเปล่า แต่อาจระบุหรือแยกแยะได้ยาก ต้องอาศัยแผนที่ดาวช่วย เนื่องจากบนท้องฟ้ามีดาวฤกษ์ที่สว่างใกล้เคียงกันอยู่เป็นจำนวนมาก การศึกษาลูกอุกกาบาตที่พบบนพื้นโลก ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนของเวสตา โดยคาดว่าอุกกาบาตเหล่านี้กระเด็นออกมาจากเวสตาเมื่อมันถูกชนในยุคต้นๆ ของการก่อกำเนิดระบบสุริยะ

ราวเดือน ก.ค. 2555 เมื่อสิ้นสุดภารกิจการสำรวจเวสตาแล้ว ยานดอว์นจะออกจากวงโคจรแล้วเดินทางต่อ โดยมีดาวเคราะห์แคระซีรีสเป็นเป้าหมายถัดไป ตามกำหนดการ คาดว่าจะไปถึงซีรีสในเดือน ก.ค. 2558 และโคจรรอบซีรีสเป็นระยะเวลานานราว 5 เดือน เป็นอย่างน้อย

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (26 มิ.ย.–3 ก.ค.)

ดาวพุธกับดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ 2 ดวงที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว อยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ ดาวพุธอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก ดาวเสาร์จะตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ดาวพุธมีตำแหน่งอยู่ใกล้ขอบฟ้า จึงอาจสังเกตได้ยากหากบริเวณนั้นมีเมฆหมอกบดบัง และมีเวลาสังเกตดาวพุธได้ไม่นาน ก่อนมันจะตกลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว

ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์อยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าจนอาจสังเกตได้ยาก ถัดขึ้นมาเป็นดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดีอยู่สูงที่สุด เริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีได้ก่อน ตั้งแต่เวลาตี 2 ครึ่ง เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างในเวลาเช้ามืด ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นไปอยู่สูงที่มุมเงยประมาณ 45 องศา หรือกึ่งกลางระหว่างขอบฟ้ากับจุดเหนือศีรษะ ดาวอังคารอยู่สูงเกือบ 20 องศา ขณะที่ดาวศุกร์อยู่ใกล้ขอบฟ้ามาก

สัปดาห์นี้เป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวศุกร์เป็น “ดาวประกายพรึก” ในเวลาเช้ามืด หลังจากนี้ดาวศุกร์จะเคลื่อนไปอยู่อีกฟากหนึ่ง โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ระหว่างโลกกับดาวศุกร์ ราวต้นเดือน ต.ค. 2554 ดาวศุกร์จึงจะกลับมาปรากฏเป็น “ดาวประจำเมือง” บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก

ต้นสัปดาห์เป็นปลายข้างแรม ดวงจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออก เช้ามืดวันพุธที่ 29 มิ.ย. จะเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ต่ำกว่าดาวอังคาร เยื้องไปทางขวามือ ห่างกันประมาณ 3 องศา วันพฤหัสบดีที่ 30 มิ.ย. เป็นวันสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์ในเวลานี้ วันนั้นดวงจันทร์เป็นเสี้ยวบางมาก และอยู่สูงกว่าดาวศุกร์ 4 องศา

วันที่ 1 ก.ค. ดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เกิดสุริยุปราคาบางส่วน เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 3 ของปี พื้นที่ที่มีโอกาสเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้เป็นพื้นที่เล็กๆ ในมหาสมุทร ต่ำกว่าทวีปแอฟริกา และอยู่ใกล้ทวีปแอนตาร์กติกา คาดว่าอาจไม่มีใครได้เห็น เนื่องจากไม่มีเกาะอยู่บริเวณนั้น และดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังไม่เกิน 10% หลังจันทร์ดับ พลบค่ำวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. จะเริ่มเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา