
ความยาวนานจันทรุปราคาเต็มดวง
จันทรุปราคาเต็มดวงที่จะเกิดขึ้นในคืนวันพุธต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. 2554
จันทรุปราคาเต็มดวงที่จะเกิดขึ้นในคืนวันพุธต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. 2554
โดย..วรเชษฐ์ บุญปลอด
นับเป็นจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่มีระยะเวลาที่ดวงจันทร์ถูกบังหมดทั้งดวงนานมาก ยาวนานถึง 1 ชั่วโมง 40.2 นาที
ความยาวนานของจันทรุปราคาเต็มดวงแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ปัจจัยหลักคือ เส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ขณะผ่านเงามืดของโลก ยิ่งดวงจันทร์มีแนวการเคลื่อนที่ผ่านใกล้ศูนย์กลางเงามากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสจะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงได้ยาวนานมากขึ้น
ปัจจัยเสริมที่สำคัญมี 2 อย่าง อย่างแรกคือ ระยะห่างระหว่างดวงจันทร์กับโลก หลายคนพอจะทราบกันแล้วว่าดวงจันทร์โคจรรอบโลกในวงโคจรรูปวงรี เมื่อดวงจันทร์อยู่ใกล้โลก ดวงจันทร์จะเคลื่อนที่เร็วและมีขนาดใหญ่ เมื่อดวงจันทร์อยู่ไกลโลก ดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ช้าและมีขนาดเล็ก จันทรุปราคาเต็มดวงมีโอกาสเกิดได้นานขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่ไกลโลก
ปัจจัยต่อมา คือระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ โลกเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรรูปวงรีด้วยเช่นกัน ปัจจุบันโลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในต้นเดือน ม.ค. ไกลที่สุดในต้นเดือน ก.ค. หากเราตั้งเงื่อนไขเป็นกรณีสมมติว่าดวงจันทร์มีระยะห่างจากโลกคงที่ ขณะที่โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ เงาโลกที่ระยะห่างของดวงจันทร์จะมีขนาดเล็กกว่าตอนที่โลกอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ หากเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงที่ดวงจันทร์ผ่านกึ่งกลางเงาในช่วงที่โลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นจะมีโอกาสเกิดได้นานขึ้น หากปัจจัย 3 ประการนี้มาเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็ยิ่งจะทำให้จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นยาวนานมากเป็นพิเศษ
จากข้อมูลการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงในช่วง 5,000 ปี นับตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนถึงปี ค.ศ. 3000 จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ปี ค.ศ. 318 นาน 106.6 นาที (1 ชั่วโมง 46.6 นาที) จันทรุปราคาเต็มดวงที่นานกว่า 106 นาที ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2000 นาน 106.4 นาที ส่วนครั้งถัดไปจะเกิดในวันที่ 9 มิ.ย. 21-23 นาน 106.1 นาที จากข้อมูลดังกล่าว เราจะพบว่าจันทรุปราคาเต็มดวงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ มีระยะเวลามืดเต็มดวงสั้นกว่าครั้งที่ยาวนานที่สุดเพียง 6 นาทีเท่านั้น
สำหรับจันทรุปราคาเต็มดวงที่มีระยะเวลามืดหมดดวงสั้นมากๆ จะเกิดขึ้นได้เมื่อขณะที่ดวงจันทร์ถูกบังลึกที่สุดนั้น ดวงจันทร์เฉียดใกล้ขอบด้านในของเงามืด จากการค้นหาและคำนวณย้อนไปในอดีต พบว่าครั้งที่สั้นกว่า 15 นาที ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 1917 นาน 12 นาที ส่วนครั้งถัดไปที่สั้นกว่า 15 นาที เกิดขึ้นในวันที่ 4 เม.ย. 2015 (พ.ศ. 2558) นาน 5.5 นาที และสามารถเห็นได้ในประเทศไทย
ถ้าพลาดโอกาสสังเกตจันทรุปราคาเต็มดวงในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพท้องฟ้าที่ต้องลุ้นกันอยู่พอสมควร เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่เมฆอาจบดบังในหลายพื้นที่ ปีนี้เราก็ยังมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงได้อีกครั้งหนึ่งในคืนวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. 2554 ครั้งนั้นนอกจากจะเป็นช่วงสุดสัปดาห์แล้ว ปรากฏการณ์ยังเกิดในเวลาหัวค่ำของฤดูหนาว เชื่อว่ามีโอกาสค่อนข้างสูงที่ท้องฟ้าจะเปิด สิ่งที่อาจดูด้อยกว่าคือจันทรุปราคาเต็มดวงในเดือน ธ.ค. จะมีช่วงเวลามืดเต็มดวงนานเพียง 51 นาที ซึ่งสั้นกว่าครั้งนี้มาก
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (12–19 มิ.ย.)
หากท้องฟ้าเปิดในเวลาหัวค่ำ จะเห็นดาวเสาร์อยู่สูงทางทิศใต้ในกลุ่มดาวหญิงสาว โดยมีดาวรวงข้าว ซึ่งเป็นดาวสว่างในกลุ่มดาวนี้ อยู่ห่างดาวเสาร์ไปทางซ้ายมือ จากนั้นดาวเสาร์จะเคลื่อนต่ำลงและคล้อยไปทางทิศตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 1 ครึ่ง
ท้องฟ้าเวลาเช้ามืด มีดาวพฤหัสบดี ดาวอังคาร และดาวศุกร์ ปรากฏบนทางทิศตะวันออกโดยเรียงกันจากบนลงล่าง ดาวศุกร์เป็นดาวดวงที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ดาวพฤหัสบดีสว่างรองลงมา ดาวอังคารจางที่สุดใน 3 ดวงนี้ ดาวพฤหัสบดีขึ้นมาก่อนเป็นดวงแรก มองเห็นอยู่สูงเหนือขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 3
ต้นสัปดาห์ยังเป็นข้างขึ้น มองเห็นดวงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวงอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ วันอังคารที่ 14 มิ.ย. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวแอนทาเรส ดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่องที่ระยะห่าง 4 องศา
คืนวันพุธที่ 15 มิ.ย. จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ปรากฏการณ์เริ่มขึ้นหลังเที่ยงคืน ซึ่งเมื่อนับตามหลักสากลแล้วถือว่าเข้าสู่วันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. ดวงจันทร์เริ่มแหว่งเวลา 01.23 น. ถูกบังทั้งดวงเวลา 02.2204.03 น. จากนั้นกลับมาสว่างเต็มดวงเวลา 05.02 น. ช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีน้ำตาล แดง หรือส้ม เนื่องจากแสงอาทิตย์กระเจิงและหักเหผ่านบรรยากาศโลกไปที่ดวงจันทร์
สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นสถานีอวกาศนานาชาติได้หลายครั้ง สถานีอวกาศเป็นวัตถุที่สามารถมองเห็นได้จากพื้นโลก เช่นเดียวกับดาวเทียมหลายดวง โดยช่วงที่สถานีอวกาศสว่างที่สุดสามารถมองเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่า ปรากฏเป็นเหมือนดาวลอยข้ามท้องฟ้าในเวลาหัวค่ำหรือเช้ามืด ที่น่าสนใจที่สุดมี 3 ครั้ง
ครั้งแรกในเวลาหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย. ในช่วงเวลาประมาณ 19.1819.26 น. กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงจะเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าทิศใต้ จากนั้นเคลื่อนสูงไปทางซ้ายมือ ทำมุมเงยสูงสุดราว 60 องศา ขณะใกล้ดวงจันทร์ จากนั้นเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณนั้นมีดาวสว่างชื่อดาวเวกา (Vega) ในกลุ่มดาวพิณ
ครั้งที่ 2 ในเวลาเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดจันทรุปราคา สถานีอวกาศปรากฏในเวลา 04.3104.39 น. (ขณะนั้นดวงจันทร์ยังอยู่ในเงามืดประมาณครึ่งดวง) เริ่มเห็นสถานีอวกาศได้ทางทิศเหนือ จากนั้นเคลื่อนที่ไปทางขวามือ ทำมุมเงยสูงสุดราว 30 องศา แล้วหายไปใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงที่อยู่สูงเหนือขอบฟ้ามากที่สุดนั้น ตำแหน่งของสถานีอวกาศอยู่ตรงข้ามกับดวงจันทร์
ครั้งที่ 3 ในเวลาเช้ามืดของวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย. เวลาประมาณ 05.07–05.15 น. เริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ทำมุมเงยสูงสุดราว 30 องศา ขณะใกล้ดวงจันทร์ แล้วต่ำลงไปสิ้นสุดทางทิศใต้ m
หมายเหตุ : การปรากฏของสถานีอวกาศนานาชาติที่คาดหมายไว้นี้มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะในครั้งที่ 2 และ 3 แม้ว่าข้อมูลนี้ได้คำนึงถึงผลอันเกิดจากการปรับวงโคจรของสถานีอวกาศ ซึ่งมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้ จึงควรเผื่อเวลาไว้ประมาณ 5-10 นาที







