
มะกันโอดยอดขายผักสดวูบ
กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรมะกันโอด แบคทีเรียมรณะอีโคไล ฉุดยอดขายวูบ
กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรมะกันโอด แบคทีเรียมรณะอีโคไล ฉุดยอดขายวูบ
กลุ่มอุตสาหกรรมด้านการเกษตรในสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า ความวิตกกังวลของผู้บริโภคต่อการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียมรณะอีโคไล จะฉุดให้ยอดขายพืชผักสดและออร์แกนิกในสหรัฐลดลง จนกว่าจะมีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดถึงแหล่งต้นตอของการแพร่ระบาดเชื้อ ซึ่งมีการแพร่ระบาดตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา และได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 24 คน
เดฟ กอมบาส รองประธานอาวุโสด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในอาหาร จากสมาคมผลิตผลสดแห่งสหรัฐ ระบุว่า ผู้บริโภคในสหรัฐจะหลีกเลี่ยงผลผลิตทางการเกษตรจนกว่าจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียมรณะในยุโรป หรือจนกว่าจะฟื้นคืนความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยในอาหารอีกครั้ง ซึ่งการจะเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
ขณะที่ มาร์ก แชมเบอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงินของผู้จัดจำหน่ายผลิตผลออร์แกนิกในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า ผลกระทบต่อการบริโภคนั้น ยังไม่สามารถประเมินค่าได้ จนกว่าจะมีตรวจพบแหล่งที่มาของการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไลที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไลที่เริ่มส่งผลกระทบไปทั่ว รัฐมนตรีสาธารณสุขของเยอรมนี ออกมาแย้มข่าวดีว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของการแพร่เชื้อได้ผ่านพ้นไปแล้ว เห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าวเริ่มลดลง แต่กระนั้นคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจยังเพิ่มขึ้นได้อีก
“แน่นอนว่า ผมยังไม่สามารถที่จะยกเลิกคำเตือน แต่อย่างน้อยเราก็มีสัญญาณแห่งความหวังว่า ยอดผู้ติดเชื้อทยอยลดลง” รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าว
สำหรับความคืบหน้ากรณีการจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนนั้น บีบีซี รายงานว่า รัฐมนตรีเกษตรบางประเทศกลับไม่เห็นด้วยที่สหภาพยุโรปจะพิจารณาจ่ายค่าชดเชยในวงเงิน 150 ล้านยูโร หรือ 30% ของมูลค่าผักที่ต้องทำลายทิ้ง แต่ต้องการให้มีการจ่ายค่าชดเชยแบบเต็มจำนวน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าราว 417 ล้านยูโรต่อสัปดาห์







