
ตลาดผู้บริโภค
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวน่าสนใจจากเวทีเสวนาด้านธุรกิจและการลงทุนที่เมืองมอนทรีออล
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวน่าสนใจจากเวทีเสวนาด้านธุรกิจและการลงทุนที่เมืองมอนทรีออล
ประเทศแคนาดา โดยสาระสำคัญได้บอกว่านักลงทุนโลกกำลังโยกย้ายความสนใจจากการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และเบนเข็มทิศมาจับกลุ่มผู้บริโภคในตลาดเกิดใหม่มากขึ้น
ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ซึ่งในทุกวันนี้คำว่า “ตลาดเกิดใหม่” กำลังได้รับการกล่าวขวัญถึงในระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้นมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่นั้นจะเป็นพลวัตของเศรษฐกิจโลกในยุคศตวรรษนี้ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย และบราซิล ซึ่งไทยก็ถือว่าเข้าข่ายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน
การที่นักลงทุนเริ่มจับกลุ่มผู้บริโภคในประเทศตลาดเกิดใหม่นั้น หมายความว่าอะไร หมายความว่าการเข้าไปลงทุนในธุรกิจอันเป็นที่ต้องการในตลาดท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ เช่น การเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในจีน เป็นต้น
และยิ่งนับวันผลตอบแทนจากการเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในตลาดเกิดใหม่นั้น ก็จะยิ่งสร้างผลกำไรมากขึ้นเรื่อยๆ และทำกำไรได้ดีกว่าการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยซ้ำ
อย่างเช่นความต้องการรถยนต์ของชาวจีนนั้น ทำให้ขณะนี้จีนกลายเป็นตลาดรถยนต์ที่โตที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอินเดียก็มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ตามวัฏจักรทางเศรษฐกิจแล้ว เมื่อคนจนมีฐานะร่ำรวยขึ้น สิ่งแรกที่จะทำก็คือการออม แต่ทว่าก็ไม่เสมอไป เพราะในหลายประเทศเกิดใหม่ ไม่ว่าจะจีน อินเดีย บราซิล นั้น เมื่อคนมีความมั่งคั่งขึ้น ก็กลับเป็นว่าจะยิ่งออมน้อยลง และหันมาใช้จ่ายมากขึ้น
อย่างในประเทศไทยนั้น ไม่ต้องรอให้รวยก็ใช้จ่ายกันสะบั้นหั่นแหลกกันอยู่แล้ว
ในด้านบวก ฟังดูก็น่าชื่นใจว่าคนในประเทศเศรษฐกิจแบบเรานี้แหละ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็หมายความว่า นายทุนต่างชาติกำลังบุกตลาดภายในมากขึ้นทุกๆ ที







