
'กาตาร์ 'ห้ามนำเข้าผักยุโรปสื่อเบียร์เชื่อต้นตอ ฮัมบูร์ก เฟสติวัล
กาตาร์ห้ามนำเข้าผักจากสเปนเยอรมนีแล้ว ขณะที่สื่อเยอรมนีเร่งสืบหาต้นตออีโคไลระบาด สันนิษฐาน 2 ต้นตองานเทศกาลฮัมบูร์กร้านอาหารเมืองลูเบค
กาตาร์ห้ามนำเข้าผักจากสเปนเยอรมนีแล้ว ขณะที่สื่อเยอรมนีเร่งสืบหาต้นตออีโคไลระบาด สันนิษฐาน 2 ต้นตองานเทศกาลฮัมบูร์กร้านอาหารเมืองลูเบค
เอพีและสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า กาตาร์เป็นประเทศล่าสุดที่ประกาศระงับการนำเข้าผักจากเยอรมนีและสเปนแล้ว เนื่องจากพบการระบาดของเชื้อแบคทีเรีย อีโคไล ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 19 คน และล้มป่วยอีกกว่า 1,700 คน ใน 12 ประเทศทั่วโลก โดยนับเป็นประเทศที่ 4 ถัดจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัสเซีย และเลบานอน ที่ตัดสินใจระงับการนำเข้าผักจากยุโรปเพราะเกรงการติดเชื้ออีโคไล
รายงานระบุว่า สภาสูงสุดด้านสาธารณสุขของกาตาร์ ได้ตัดสินใจระงับการนำเข้าผักสดประเภทแตงกวา มะเขือเทศ กะหล่ำปลีและผักกาดหอม จากเยอรมนีและสเปนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และกาตาร์ก็จะไม่ลังเลที่จะยกระดับ เป็นการระงับนำเข้าผักทั้งหมดจากทุกประเทศในยุโรป หากมีความจำเป็นหรือสถานการณ์รุนแรงขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนชาวกาตาร์
ก่อนหน้านี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศระงับการนำเข้าแตงกวาจากสเปน เยอรมนี เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ เป็นการชั่วคราว ขณะที่รัสเซียและเลบานอนได้ประกาศระงับการนำเข้าผักทั้งหมดจากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้ผู้แทนของยุโรปต้องเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยกเลิกประกาศดังกล่าว เพราะถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และเข้าข่ายการกีดกันทางการค้า ภายใต้หลักการค้าเสรีขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)
ด้านหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ในอังกฤษ รายงานว่า เกษตรกรในอังกฤษต้องตัดใจทิ้งผักสลัดกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีผู้บริโภคลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ว่าอังกฤษจะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและติดเชื้ออีโคไลก็ตาม ขณะที่สายการบินบางแห่ง อาทิ อเมริกัน แอร์ไลน์ส ก็ต้องถอดเมนูสลัดออกจากรายการอาหารบนเที่ยวบินที่ออกจากยุโรปชั่วคราว เพื่อความสบายใจของผู้โดยสาร
สำหรับการสืบหาต้นตอการระบาดของเชื้ออีโคไลสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงที่สุดนั้น แม้จะยังไม่มีความคืบหน้าจากทางรัฐบาลเยอรมนี แต่สื่อท้องถิ่นต่างก็เดินหน้ารายงานสืบหาต้นตอกันอย่างเต็มที่ และได้พุ่งเป้าสันนิษฐานถึงที่มาของการระบาดหลักๆ 2 กรณีด้วยกัน คือ งานเทศกาลฮัมบูร์ก เฟสติวัล และร้านอาหารแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศ
หนังสือพิมพ์ลูเบคเกอร์ นัคริชเตน รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนกำลังสงสัยว่าต้นตอของเชื้อแบคทีเรีย อีโคไล อาจมีที่มาจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองลูเบค ทางตอนเหนือของเยอรมนี หลังพบความเกี่ยวข้องว่ามีลูกค้าของที่ร้านล้มป่วยจากเชื้ออีโคไลถึง 17 ราย ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวจากเดนมาร์ก และกลุ่มเจ้าหน้าที่สรรพากรเยอรมนี
รายงานระบุว่า ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวล้มป่วยจากเชื้ออีโคไลหลังรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ทีมนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติเยอรมนีต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ร้านเช่นเดียวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ตาม เวิร์นเนอร์ โซลแบค นักจุลชีววิทยาจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเชลส์วิก โฮลสไตน์ กล่าวว่า ทางร้านไม่ใช่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ และเจ้าหน้าที่ได้พุ่งเป้าไปที่บริษัทที่จัดส่งวัตถุดิบมาให้มากกว่า เพื่อตรวจสอบต้นตอการกระจายของเชื้อแบคทีเรีย
โยอาคิม เบอร์เกอร์ เจ้าของภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองลูเบค เปิดเผยว่า ได้พูดคุยสอบถามบรรดาบริษัทจัดส่งวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งทั้งหมดบอกว่าซื้ออาหารและวัตถุดิบมาจากฮัมบูร์ก ดังนั้นจึงคาดว่าการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอาจมาจากเมืองฮัมบูร์ก
ขณะที่นิตยสารข่าว โฟกัส ได้สันนิษฐานว่า ต้นตอการระบาดอาจมาจากงานเทศกาลแห่งหนึ่งในเมืองฮัมบูร์ก ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อเดือน พ.ค. ที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากราว 1.5 ล้านคน เนื่องจากผู้ป่วยรายแรกที่ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลล้มป่วยลง 1 สัปดาห์หลังจากไปเที่ยวงานเทศกาลดังกล่าว ขณะที่ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติ สถาบันโรเบิร์ต คอช ก็สันนิษฐานว่า อาจมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แดเนียล บาห์ร รัฐมนตรีสาธารณสุขของเยอรมนี เตือนว่า ยังไม่ควรด่วนสรุปเรื่องที่มาของการระบาด เพราะจากในอดีตที่ผ่านมาไม่สามารถระบุชี้ชัดการระบาดของโรคได้ง่ายๆ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็กำลังเร่งทำงานกันแบบไม่หยุดพัก เพื่อหาที่มาของโรคให้กระจ่าง
นิโคเลตตา พาบส์ต คุณแม่ลูกสามวัย 31 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองฮัมบูร์กมา 1 สัปดาห์ เปิดเผยวินาทีแห่งความทรมานหลังการติดเชื้อว่า ปวดท้องอย่างหนักตลอดทั้งคืน และถึงกับอาเจียนออกมาเป็นเลือด กินอะไรไม่ได้ และถูกหามส่งโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น
“ฉันถูกฉีดยาเข้าเส้นเลือด ปวดท้องทรมานอย่างหนักอีก 2 วัน แทบไม่มีสติ ฉันถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้น หลังเข้าโรงพยาบาล 3 วัน ฉันก็ได้รับยาปฏิชีวนะ จนกระทั่งสุดสัปดาห์ที่แล้วฉันถึงเริ่มมีอาการดีขึ้น และกลับบ้านได้ในวันพุธสัปดาห์ถัดมา ถึงจะยังไม่หายดี 100% แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีชีวิตอยู่” พาบส์ต กล่าว







