
‘ถังแตก’ ไม่ใช่อุปสรรค(ทหาร)อเมริกาจะอยู่กับเอเชียเสมอ
“อเมริกาเราได้ทุ่มทั้ง เงินและความสนใจ ไปกับภูมิภาคนี้ และจะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
“อเมริกาเราได้ทุ่มทั้ง เงินและความสนใจ ไปกับภูมิภาคนี้ และจะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โดย ทีมข่าวต่างประเทศ
“อเมริกาเราได้ทุ่มทั้ง เงินและความสนใจ ไปกับภูมิภาคนี้ และจะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สหรัฐและเอเชีย มีแต่จะยิ่งจะเชื่อมโยงกันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ตลอดช่วงศตวรรษนี้” โรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างการประชุมด้านความมั่นคง แชงกรีลา ไดอะล็อก ที่สิงคโปร์
นับเป็นการตอกย้ำพันธะที่รัฐบาลบารัก โอบามา เคยประกาศจะกลับมาสานสัมพันธ์กับเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นพันธมิตรเก่ายุคสงครามเย็นอีกครั้ง หลังห่างหายไปให้ความสนใจกับตะวันออกกลางเป็นพิเศษในช่วง 8 ปีของรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช จนถูก จีน เซาะฐานอิทธิพลในแถบนี้
และยังนับเป็นการประกาศที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งว่า สหรัฐจะทุ่มความสนใจโดยเฉพาะ “เงิน” เพื่อคงหรือขยายอิทธิพลในเอเชีย โดยจะไม่มีเรื่องใดมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากภายนอกทั้งปัญหาในอิรักและอัฟกานิสถานที่ยังพัวพันอยู่ หรือปัญหาเรื่องสถานะการเงินในบ้าน ที่เต็มไปด้วยหนี้สาธารณะ งบประมาณขาดดุล และคนว่างงาน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโอบามา ได้ประกาศจะลดงบประมาณด้านความมั่นคงลง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12 ล้านล้านบาท) ภายในอีก 12 ปีข้างหน้า ขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสและนักวิชาการบางส่วน ยังเรียกร้องให้ตัดลดงบความมั่นคงลงให้เข้มข้นมากกว่านี้ โดยมองว่าเมื่อสิ้นสุดสงครามอิรักและในอัฟกานิสถาน การประหยัดงบประมาณความมั่นคงจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหางบประมาณขาดดุลของประเทศลงได้มาก
ทั้งนี้ ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐซึ่งร่วมประชุมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะอำลาตำแหน่งในเดือนปลายเดือน มิ.ย. ได้ประกาศว่า กำลังพิจารณาจะขยายกองกำลังสหรัฐไปทั่วแปซิฟิก ริม โดยเฉพาะการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับสิงคโปร์และออสเตรเลีย 2 ประเทศที่นับว่าเป็นพันธมิตรแนบแน่นที่สุด โดยสหรัฐจะจัดส่งทั้งเรือรบและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยปกป้องพันธมิตรและเส้นทางการค้าทางทะเลในภูมิภาคนี้
เพราะแม้จีน จะกลายมาเป็นพันธมิตรใหม่ที่มีอิทธิพลครอบคลุมเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจการค้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ชาติเอเชียหลายประเทศเริ่มจะกังวลต่อการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนมากขึ้นด้วย
ปัญหาเรื่องการแย่งชิงหมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่อ้างความเป็นเจ้าของกันถึง 6 ฝ่ายได้แก่ จีน ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งปะทุรุนแรงมากขึ้นในปีนี้ พร้อมท่าทีอันแข็งกร้าวของจีน คือความกังวลสำคัญอย่างหนึ่งของเอเชีย ที่ดึงให้มหามิตรเก่ากลับมา
ขณะที่สหรัฐเองนอกจากจะกังวลถึงอิทธิพลทางการค้าและการทหารของกรุงปักกิ่งแล้ว ก็ยังต้องเจอการคุกคามใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง กับล่าสุดกลุ่มแฮกเกอร์ที่เจาะเข้าไปล้วงความลับอีเมลล์หลายร้อยฉบับของจีเมลล์ จากค่ายกูเกิล ซึ่งกูเกิล อิงค์ คาดว่าอาจเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ลงมือจากในจีน ซึ่งเกตส์ก็ได้ย้ำถึงความกังวลต่อภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ ในที่ประชุมแชงกรีลา ไดอะล็อก ด้วยว่า สหรัฐถือว่าภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์เป็นปัญหาร้ายแรง
เอพีระบุว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 3 มิ.ย. เกตส์ได้พบปะกับรัฐมนตรีกลาโหมของจีน เหลียง กวงลี่ ซึ่งฝั่งสหรัฐได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐจีน กำลังเดินไปบนทางที่ดี หลังจากที่ความสัมพันธ์ถดถอยลงในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ซึ่งจีนเองก็เห็นไปในทางเดียวกัน
ทว่าในสาระสำคัญที่เป็นประเด็นหลักนั้น จีนเองยังคงยืนกรานหนักแน่นถึงสิทธิในน่านน้ำหมู่เกาะที่เป็นปัญหา ขณะที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งนั้นก็ไม่ค่อยจะสบายใจที่สหรัฐคงกองกำลังทางน้ำจำนวนมากในเอเชีย
“ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ สหรัฐจะเพิ่มจำนวนกองกำลังมากขึ้น รวมถึงการดำเนินกิจกรรมทางน้ำ และการซ้อมรบร่วมกับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยขยายและกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนและพันธมิตรของเรา แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนอันดีเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในภูมิภาค” รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าว
สำหรับความร่วมมือกับออสเตรเลียนั้น สหรัฐจะเพิ่มกองกำลังผสมทางน้ำสหรัฐออสเตรเลีย ในภูมิภาคนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและรับมือกับภัยพิบัติธรรมได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ความร่วมมือกับสิงคโปร์ จะเป็นการขยายการฝึกผสมร่วมกับกองกำลังสิงคโปร์ เพื่อช่วยรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ในแปซิฟิก
&<2288;
&<2288;







