
เต็มวงเงิน
เมื่อวานนี้วงเงินเครดิตงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐที่กำหนดไว้โดยสภาคองเกรส
เมื่อวานนี้วงเงินเครดิตงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐที่กำหนดไว้โดยสภาคองเกรส
โดย..ธนพล ไชยภาษี
พุ่งติดเพดานที่ 14.3 ล้าน ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 430 ล้านล้านบาท หากเขียนเต็มจำนวนก็นับศูนย์กันไม่ไหว เปรียบเทียบกับขนาดของจีดีพีประเทศไทย ซึ่งอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท ก็มากกว่า 43 เท่าตัว ลองจินตนาการดูครับว่าปัญหาหนี้ของรัฐบาลสหรัฐหนักหนาสาหัสมากขนาดไหน
รัฐบาลสหรัฐเป็นประเทศไม่กี่แห่งในโลกที่ยังครองอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตเอาไว้ได้อยู่ที่ระดับ AAA ซึ่งที่ผ่านมาบรรดาบริษัทจัดอันดับเครดิตต่างให้เครดิตว่า ถึงสหรัฐจะมีหนี้มาก แต่อนาคตกับการจัดการปัญหาหนี้นั้นยังดูดีอยู่ จึงยังไม่ถูกลด แต่ทว่านับตั้งแต่เลือกตั้งกลางเทอมเมื่อปีที่แล้ว ที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาได้ สหรัฐก็เริ่มส่อแววทิศทางการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ย่ำแย่ลง เสี่ยงจะถูกลดอันดับเครดิตมากขึ้น ซึ่งก็มีการเตือนกันออกมาบ้าง
ปัญหาหนี้ของสหรัฐยังส่งผลต่อเสถียรภาพในสถานะทางการคลังของสหรัฐมากเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวมาโดยตลอด และยังทำให้ความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มสูญเสียความน่าเชื่อถือลง
เพราะดอลลาร์กำลังกลายเป็นเศษกระดาษมากขึ้น บอนด์ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น นั่นแหละครับ ทำให้นักลงทุนวิ่งหนีออกจากตลาดดอลลาร์ และตลาดบอนด์ของสหรัฐเป็นเงาตามตัว และก็แน่นอน นักลงทุนก็พากันแห่เข้าไปในตลาดทองคำ ซึ่งมีความมั่นคงกว่า
ไม่ใช่แค่นักลงทุน แต่ช่วงปีที่ผ่านมาบรรดาธนาคารกลางของหลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็เริ่มจะลดความสำคัญของพันธบัตรสหรัฐลง และหันไปลงทุนในทองคำกันมากขึ้น เพราะตัวเลือกอื่นๆ นั้นแทบจะมองไม่เห็น ค่าเงินยูโรก็กำลังเจอกกับความเสี่ยงหนักจากวิกฤตหนี้ ส่วนค่าเงินเยนญี่ปุ่นก็กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตแผ่นดินไหวจนเศรษฐกิจขาดเสถียรภาพไป
ปีนี้จะเป็นปีที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาทองที่จะเป็นพระเอกแห่งปีครับ
พูดถึงเรื่องหนี้สหรัฐ แต่ก็มาจบที่ทองคำจนได้







