posttoday
ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 13

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 13

08 พฤษภาคม 2554

หลังอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ แล้ว คณะของพวกเราออกเดินทางจากมิสุหงิรีสอร์ตตอนบ่ายๆ

หลังอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ แล้ว คณะของพวกเราออกเดินทางจากมิสุหงิรีสอร์ตตอนบ่ายๆ

โดยมีคุณเป็กเป็นคนขับรถ เพราะอยากให้ทุกอย่างสมจริง ขับกันจริงๆ ไม่ใช่การเมกอัพขึ้นมา เพราะเราอยากรู้ว่าจะขับกันไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงหรือไม่ และเราต้องการคำตอบที่แท้จริง ไม่ใช่จินตนาการหรือคาดเดาตามคำบอกหรือข้อมูลที่ใครๆ ให้ไว้ เพราะมีหลายกรณีที่คุณลูกค้าบ่นให้ได้ยินว่าไปอ่านข้อมูลของเว็บบางเว็บหรือหนังสือบางเล่มแล้วมันไม่ชัดเจน พอตรวจทานดูปรากฏว่าผู้เขียนหลายท่านก็ไม่เคยมีประสบการณ์เช่นที่เขียนมาก่อน เป็นการเขียนโดยเปิดตำราหรือแปลมาจากวิกิพีเดีย ก็เลยขาดความสมจริงไป

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 13

เราขับรถกันมาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงเมืองอูเอโนะ อันที่จริงไม่ไกลเท่าไหร่แค่ประมาณ 50 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ถนนที่เราเลือกวิ่งนั้นเป็นถนนเส้นเล็กๆ ที่ตลอดเส้นทางจะลัดเลาะเชิงเขา ลัดเลียบริมธาร ผ่านจุดชมวิวที่สวยจนคุณเป็กต้องจอดแวะ ผ่านหมู่บ้านที่สงบเงียบจนน่าลงไปแวะเยี่ยมเยือน และท้ายที่สุดเรามาถึงเมืองอูเอโนะได้โดยสวัสดิภาพ ถึงแม้จะมีเสียงบ่นเล็กๆ ว่า “ถนนแคบเหลือเกิน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก คนญี่ปุ่นขับรถมีน้ำใจ ตรงไหนแคบมากๆ เขาก็รู้หน้าที่ รู้จักแบ่งปัน รู้จักรอคอย ไม่ดันทุรังขับมาจนเกิดปัญหา” นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณผู้อ่านขับรถได้ไม่ยากในญี่ปุ่น เพราะความมีวินัย และเหนือสิ่งอื่นใดคือความมีน้ำใจของผู้ขับนี่แหละ

พอจอดรถกันเสร็จ ก็เห็นเจ้าหน้าที่ของ Ninja Museum of Igaryu คุณโมริโมโตะ (Morimoto Satoshi) มายืนรอรับอยู่ที่ปากทางเข้า ผมไม่เคยเจอเขามาก่อน แต่รู้แน่ว่ามารอเรา เพราะเขาใส่ชุดนินจาพร้อมถือเอกสารมาปึกหนึ่ง ชี้เป้าไม่มีผิดแน่ๆ หลังจากแนะนำตัวแลกนามบัตรกันเรียบร้อย เขาก็พาเราไปชมการแสดงเป็นลำดับแรก การแสดงของที่นี่ออกจะแตกต่างจากที่อื่นๆ ที่ผมเคยชม การแสดงนินจาที่เมืองจำลองหลายๆ แห่งเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่ที่นี่จะออกไปในแนวการสาธิตประกอบการแสดง ดูแล้วได้วิชาความรู้และความเข้าใจมากกว่า แต่กลับไม่น่าเบื่อเพราะมีการสอดแทรกความบันเทิงและยิงมุขตลอดเวลา เล่นเอาคนดูฮากันได้ตลอด เฉพาะการแสดงชุดนี้ทำให้เราเข้าใจวิถีแห่งนินจากันมากขึ้นครับ

นินจาที่หลายๆ ท่านเคยเห็นในหนังหรือการ์ตูนล้วนแล้วมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์กันแทบทั้งนั้น แต่อันที่จริงแล้วนินจาคือกลุ่มคนที่ทำหน้าที่สืบข่าวในแนวหลังของข้าศึก และนำข้อมูลข่าวสารนั้นกลับมาใช้ในการวางกลศึกหรือยุทธวิธี ดังนั้นภารกิจของนินจาคือการนำข่าวสารกลับมา จึงจำต้องรักษาชีวิตไว้ให้จงได้ ไม่อย่างนั้นไอ้ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปก็ไม่เกิดประโยชน์ วิชาสืบข่าวและเอาตัวรอดนี้เรียกว่า นินจุตสึ (Ninjutsu) การหลบหนีคืออย่างแรกที่นินจาจะทำ และการเผชิญหน้าคือสิ่งสุดท้ายที่นินจาจะกระทำ ดังนั้นสิ่งที่นินจาต้องเรียนรู้คือวิธีเอาตัวรอดและวิชาหลบหลีก เราจึงมักเห็นนินจาหายตัวได้บ้าง แปลงกายได้บ้าง หรือแม้แต่เหาะเหินเดินอากาศมุดน้ำดำดิน ทั้งหมดที่ว่าอาจฟังดูเกินจริง ถ้าเราทราบเคล็ดวิชานินจุตสึแล้ว เราก็สามารถทำทุกอย่างแบบที่นินจาทำได้

ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่ 13

 

พื้นฐานของวิชานินจุตสึ ก็คือการทำสมาธิ ซึ่งเป็นที่มาของความสำเร็จของการฝึกยอดวิชาทั้งหลาย เช่นเดียวกันกับความสำเร็จของจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในที่ต้องฝึกการเดินลมปราณ และคล้ายคลึงกับที่อาจารย์โยดาของบรรดาอัศวินเจไดสอนก็คือ Concentrate โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าทุกสรรพศาสตร์ในโลกตะวันออกของเรานี้ล้วนแล้วแต่พึ่งพาความสงบนิ่งแห่งจิตใจแทบทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่ศาสตร์เหล่านี้มีที่มาจากอินเดียและเผยแพร่เข้าสู่ประเทศจีน แล้วส่งต่อไปยังคาบสมุทรเกาหลีจนมาถึงปลายทางที่ญี่ปุ่น แล้วผ่านการปรับปรุงลดความฟุ่มเฟือยลงจนกลายมาเป็นวิชานินจุตสึในท้ายที่สุด และคนที่ฝึกและใช้วิชานินจุตสึก็มีคำเรียกหากันว่า “นินจา” นั่นเอง อันที่จริงคำเรียกนินจานั้น ในอดีตมีเรียกกันมากมายหลายชื่อ อาทิ ชิโนบิ (Shinobi) หรือ ซึปปะ (Suppa) ฯลฯ ขึ้นอยู่กับภารกิจหลักของคนคนนั้น หรือขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา แต่ในโลกปัจจุบันคงจะเหลือแต่ชื่อนินจาที่เราคุ้นเคยกันเท่านั้น

การแสดงที่ผมได้ชมนอกจากจะมีวิธีการทำสมาธิแบบนินจุตสึแล้ว ยังมีการต่อสู้โดยใช้อาวุธที่แตกต่างจากของที่อื่นๆ อีกด้วย เพราะโดยปกติเราจะเห็นการใช้ดาบเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่อาวุธที่นำมาสาธิตให้ชม มีทั้ง เคียว เชือก ไม้ไผ่ ฯ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่อาวุธจริงๆ แต่เขาก็สามารถนำเครื่องมือเหล่านั้นมาดัดแปลงเป็นอาวุธและใช้ต่อสู้กับดาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะญี่ปุ่นในยุคโบราณ กลุ่มคนที่สามารถพกพาดาบได้ก็มีแต่ชนชั้นนักรบและซามูไรเท่านั้น คนในชนชั้นอาชีพอื่นๆ ไม่มีสิทธิครับ แล้วนินจา (ซึ่งไม่ใช่ซามูไร) จะใช้ดาบกันอย่างโจ่งแจ้งได้อย่างไร คำตอบคือส่วนใหญ่แล้วนินจาไม่ได้ใช้ดาบเหมือนกับซามูไร เพราะเบื้องหลังของนินจานั้นต้องใช้ชีวิตในยามปกติให้กลมกลืนกับสังคมและไม่สามารถแสดงตนให้ใครรู้ว่าเขาคือนินจา เพราะเมื่อไหร่ที่ความลับถูกเปิดเผย ภารกิจนั้นเป็นอันต้องล้มเหลว ดังนั้นนินจาจึงต้องมีอาชีพไว้บังหน้า และอาชีพที่นินจาส่วนใหญ่เลือกทำก็คือชาวนา เพราะชาวนาส่วนใหญ่อยู่ห่างไกลผู้คน เลยไม่ค่อยจะมีใครมาสังเกตหรือสนใจ ดังนั้นอาวุธของนินจาจึงดัดแปลงมาจากเครื่องมือทำมาหากินซะเป็นส่วนใหญ่ เวลาออกไปสืบข่าวคราวก็ไม่เป็นที่จับตามอง แถมสามารถพกพาอาวุธไปได้โดยที่ไม่มีใครสงสัย

สัปดาห์หน้าจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับนินจามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาวุธที่ใครๆ ก็รู้จักกันดี อย่าง ชูริเคน (Shuriken) หรือดาวกระจายนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน