
ที่สุดแห่งอันตราย
จับตาเศรษฐกิจเอเชียฟื้นจริง หรือแค่หลงคำป้อยอ
จับตาเศรษฐกิจเอเชียฟื้นจริง หรือแค่หลงคำป้อยอ
ผมบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่กระแสทุนจากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้ามายังภูมิภาคเอเชียกันแบบทุกทิศทุกทาง ยิ่งผสมเข้าไปกับมาตรการทุ่มเงิน เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในจีน ยิ่งทำให้เอเชียร้อนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัว
แต่ก็โชคดี ที่เมื่อเร็วๆ นี้จีนได้ประกาศเอาจริงกับการควบคุมการปล่อยกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์ในประเทศมากกว่าเดิม
...ถือเป็นท่าทีที่น่าจะช่วยลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีนลง และจะเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นในจีน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงหนึ่งในทางออกเท่านั้น ซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะยังทำให้ตลาดทุนทั่วเอเชียร้อนแรงต่อไป และยากที่จะหยุดรั้ง
หากพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกในสหรัฐและยุโรป ยังไม่ฟื้นไข้แข็งแรงดี แอฟริกาก็ยังไม่น่าดึงดูด เช่นเดียวกับอเมริกาใต้ที่มักจะมีปัญหาทางการเมือง เอเชียจึงเป็นดาวเด่น เป็นตัวที่จะช่วยฉุดเศรษฐกิจโลกดังที่ฝรั่งกำลังมองกัน
และถ้าหากพิจารณากันให้ลึก จะเห็นว่าในสหรัฐนั้น ประธานาธิบดี บารัก โอบามา กำลังผลักดันการปฏิรูประบบการเงินและธนาคาร โดยเฉพาะการควบคุมการดำเนินงานของธนาคาร และสถาบันการเงินทั้งหลายไม่ให้มีความเสี่ยงเหมือนเมื่อครั้งที่เป็นมา จนทำเอาเศรษฐกิจในภาพรวมล้มลงไปด้วย
นโยบายการแยกธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการลงทุนออกจากกันนั้น จะทำให้เอเชียรับอานิสงส์อย่างเต็มที่ เม็ดเงินลงทุนจะยิ่งทะลักเข้ามาในเอเชียมากขึ้น ทั้งๆ ที่แต่เดิมก็ทะลักเข้ามามากอยู่แล้ว
คาดการณ์กันว่า 2 จุดในเอเชียที่คาดว่าในปีนี้จะคึกคักเป็นพิเศษสำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดทุนนั้นก็คือ สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งน่าจะคึกคักเป็นพิเศษนอกเหนือจากตลาดทุนในจีนที่กำลังเร่งถูกควบคุม และจับตาการขยายตัวมากขึ้นกว่าเดิม
แต่กระนั้นดูเหมือนว่าภาคการเงิน และธนาคารในเอเชีย ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกมากนัก จะค่อนข้างคึกคักกับทุนที่ไหลเข้ามาไม่น้อย ท่ามกลางความเสี่ยงถึงการไร้มาตรการป้องกันที่จริงจังมากนัก
เห็นชัดๆ ว่า แทบจะไม่มีประเทศในเอเชียประเทศใดเลยที่จะผลักดันนโยบายการปฏิรูปการเงินอย่างจริงจัง ทุกอย่างยังคงเป็นไปเหมือนที่เป็นมา ผิดจากฝั่งสหรัฐ และยุโรป ที่บทเรียนได้สอนให้พวกเขาเร่งป้องกันภัยจากการลงทุนที่เสี่ยงในตลาดสินทรัพย์ทั้งหลาย
ผมรู้สึกว่า สภาพการณ์ในขณะนี้ก็คือ เอเชียกำลังจะกระโจนเข้าไปเล่นเกมนี้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงป้อยอจากทั่วโลกว่าเอเชียคือความหวังใหม่
มีแต่จีนละครับที่ออกกฎออกมาจริงจังควบคุมไม่ให้กระแสทุนในร้อนแรงเกินไป
แต่ชาติอื่นยังเงียบกริบ เมื่อไม่นานมานี้ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ขยายเพดานการลงทุนหลักทรัพย์ในต่างประเทศของธนาคารไทย จากเดิม 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นการต้อนรับความร้อนแรงของเอเชียที่ต้องจับตาไม่กะพริบครับ







