
ซีเรียเดือดรัฐเอาจริงยิงม็อบดับ90
คาดยอดเหยื่อกระสุนยังพุ่งอีกยูเอ็นมะกันออกโรงประณาม
คาดยอดเหยื่อกระสุนยังพุ่งอีกยูเอ็นมะกันออกโรงประณาม
รัฐบาลซีเรียบ้าระห่ำ กราดยิงสังหารผู้ประท้วงนับร้อย
กองกำลังรักษาความมั่นคงของซีเรียสาดกระสุนและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมนับหมื่นคน ที่ออกมารวมตัวกันในเมืองโฮมส์ทางภาค กลางของประเทศและเมืองอื่นๆ ในวัน “กู้ด ฟรายเดย์” เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 90 คน ถือเป็นวันที่มีการนองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่การลุกฮือขึ้นของประชาชน เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ลงจากตำแหน่ง
“กระสุนปลิวว่อนอยู่เหนือศีรษะของพวกเขายังกับห่าฝน” ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งในหมู่บ้านอิซรา ในเมืองดารา ดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งเหตุจลาจลนับตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. บรรรยายเหตุการณ์ขณะตำรวจเปิดฉาดยิงกระสุนเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง ที่เดินขบวนหน้าสำนักเทศมนตรี
ทั้งนี้ ตามรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 75 คน จากเหตุการณ์ดังกล่าวในจำนวนนี้รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุ
มีการคาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงขึ้นกว่านี้ ท่ามกลางความหวาดวิตกว่าเหตุการณ์รุนแรงจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ระหว่างที่ญาติของผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตประกอบพิธีเผาศพผู้เสียชีวิต ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ขณะที่ อัมมาร์ กูบารี ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซีเรีย ระบุว่า เหตุปะทะระลอกล่าสุด ทำให้มีผู้สูญหายอีก 20 คน
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะเมื่อวันศุกร์ที่ 22 เม.ย. ถือเป็นจำนวนที่มากกว่าเหตุนองเลือดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศทั้งสิ้น 37 คน โดยเหตุปราบปรามผู้ประท้วงอย่างหนักหน่วงครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากผู้นำซีเรียได้ออกโรงเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การเข้าร่วมก่อความไม่สงบใดๆ จะถูกพิจารณาว่าเป็นพฤติกรรมที่บ่อนทำลายชาติ
อย่างไรก็ตาม เอพีรายงานว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลซีเรียพร้อมจะยกระดับการตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุมให้รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งเหตุวุ่นวายที่ยืดเยื้อมากว่า 5 สัปดาห์คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 300 คน
ขณะที่ผู้นำทั่วโลกต่างออกมาร่วมประสานเสียงประณามต่อเหตุนองเลือดระลอกล่าสุดที่เกิดขึ้น โดย ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อรัฐบาลซีเรีย ที่ใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง พร้อมเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงทันทีและให้ผู้นำซีเรียฟังเสียงประชาชน แทนการร้องขอความช่วยเหลือจากอิหร่านเพื่อกดขี่ชาวซีเรีย
ด้านฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกสห ประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า บันคีมุน เลขาธิการยูเอ็น ขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างสันติในซีเรีย และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าวในทันที
นอกจากนี้ ยังระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีอัลอัสซาด ต้องเคารพในสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้งสิทธิในการแสดงออก พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุสังหารอย่างเป็นอิสระและโปร่งใส







