posttoday
หั่นคาดการณ์เครดิตสหรัฐครั้งแรก

หั่นคาดการณ์เครดิตสหรัฐครั้งแรก

20 เมษายน 2554

สะเทือนตลาดหุ้น-น้ำมันทั่วโลก เอสแอนด์พีเตือนมีสิทธิถูกดาวน์เกรดหลุด AAA

สะเทือนตลาดหุ้น-น้ำมันทั่วโลก เอสแอนด์พีเตือนมีสิทธิถูกดาวน์เกรดหลุด AAA

เขย่ามหาอำนาจการเงินโลก เอส แอนด์ พี หั่นคาดการณ์ชำระหนี้ระยะยาวสหรัฐครั้งแรก หุ้นร่วงระนาว น้ำมันดิ่งทันทีกว่า 2 เหรียญ

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอส แอนด์ พี) บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง ประกาศลดอันดับคาดการณ์เครดิตการชำระหนี้ระยะยาวครั้งแรก จาก “มั่นคง” ลงมาอยู่ที่ “ติดลบ” เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังของสหรัฐ และมีโอกาสสูงที่อาจจะถูกหั่นอันดับเครดิตจากระดับสูงสุดที่ AAA ด้วย

“เนื่องจากสหรัฐกำลังเกิดสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่มาก และการเป็นหนี้ของรัฐบาลก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีกทั้งแนวทางต่อการแก้ปัญหานี้ก็ไม่กระจ่างชัด ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องทบทวนการคาดการณ์อันดับเครดิตระยะยาวของสหรัฐใหม่จากระดับ “มั่นคง” ลงมาอยู่ที่ “ติดลบ” เอส แอนด์ พี ระบุในแถลงการณ์

บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังระบุว่า การปรับลดการคาดการณ์ในครั้งนี้ยังถือเป็นสัญญาณเตือนว่า สหรัฐมีโอกาสราว 1 ใน 3 ที่จะถูกลดอันดับเครดิตภายใน 2 ปีนี้ ถ้าหากสถานการณ์การขาดดุลงบประมาณยังไม่ดีขึ้น และถือว่าสถานะการเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของเศรษฐกิจโลกของสหรัฐถูกกัดกร่อนลงอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับสถานะของค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ครองโลกการเงินมานานก็อาจจะถูกลดบทบาทลงด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าว จะทำให้พันธบัตรของสหรัฐมีความเสี่ยงมากขึ้น และจะกลายเป็นปัจจัยคุกคามต่อเศรษฐกิจสหรัฐครั้งใหม่

“ถือเป็นการเตือนถึงความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเร่งควบคุมงบประมาณให้ดีขึ้น ถ้าหากต้องการที่จะหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นกับการข้อกู้ และหากสหรัฐยังต้องการคงบทบาทของการเป็นศูนย์กลางโลกเศรษฐกิจ” โมฮัมเหม็ด เอล เอเรียล ซีอีโอ บริษัท พิมโค กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐบาลสหรัฐและสภาคองเกรส ซึ่งฝ่ายรีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ได้นั้นจะทำให้สภาไม่สามารถผ่านแผนการลดค่าใช้จ่ายได้ทันในปี 2012 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้เสนอแผนตัดลดค่าใช้จ่าย 54 ล้านล้านเหรียญสหรัฐใน 12 ปี แต่ทว่าฝ่ายรีพับลิกันต้องการให้ตัดลดมากกว่านั้น

หลังจากการประกาศของเอส แอนด์ พี นั้น ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ของรัฐบาลสหรัฐกระโดดขึ้นไปที่ 3.44% จากเดิมที่ 3.41% ในทันที ส่วนพันธบัตรระยะ 30 ปี ปรับขึ้นไป 4.52% จากเดิมที่ 4.46% ขณะที่ราคาพันธบัตรได้ปรับลดลง 1.6%

ความวิตกกังวลดังกล่าวทำให้ราคาดัชนีหุ้นในสหรัฐปรับตัวอย่างรุนแรง ดาวโจนส์ลดลง 233.33 จุด หรือ 1.89% ไปอยู่ที่ 12,108.580 จุด แนสแดกปรับลดลง 57.16 จุด หรือ 2.07% ไปอยู่ที่ 2,707.49 จุด

ส่วนทางด้านราคาน้ำมันดิบเบางวดส่งมอบเดือน พ.ค.ก็ปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นเช่นกัน โดยลดลงไปถึง 2.54 เหรียญสหรัฐไปอยู่ที่ 107.12 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ส่วนที่ตลาดเอเชีย ตลาดหุ้นในภูมิภาคก็ปรับตัวลดลงรุนแรงตามความวิตกกังวลต่อปัญหาหนี้ในสหรัฐ โดยตลาดโตเกียวลดลง 1.21% หรือ 115.62 จุด ไปอยู่ที่ 9,441.03 จุด ตลาดหุ้นฮ่องกงลดลง 1.30% หรือ 309.69 จุด ไปอยู่ที่ 23, 520.62 จุด และตลาดหุ้นโซลลดลง 0.70% หรือ 15.04 จุด ไปอยู่ที่ 2,122.68 จุด

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา