
น้ำมันจะดิ่งลง?
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่าน
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่าน
ปีนี้เป็นสงกรานต์ที่คนไทยมีความสุขกว่าเดิมหลังจากที่ 2 ปีซ้อนที่ผ่านมา วิกฤตการเมืองทำให้คนเดินดินอย่างเราๆ ต้องหดหู่ไปไม่น้อย ปีใหม่นี้ขอให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ มีความสุข ความเจริญ ทุกท่านครับ
เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ตลาดสหรัฐ ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ลดลงไปอีก 3.67 เหรียญสหรัฐ ขณะนี้ราคาลงไปอยู่ที่ 106.25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รวมสองวันลดลงไปเกือบจะ 7 เหรียญสหรัฐแล้ว มองว่าเป็นข่าวดีรับสงกรานต์ก็แล้วกัน
แต่การดิ่งลงของราคาเกิดขึ้นเพราะอะไร และจะยั่งยืนหรือไม่ตรงนี้น่าคิดกว่าครับ หลายคนอาจจะมองว่าที่ราคาลดลงนั้นมีปัจจัยมาจากการเทขายทำกำไรเท่านั้นเองเดี๋ยวก็ขึ้นมาใหม่ เพราะหากย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันโลกพุ่งพรวดเอาๆ ถึง 17% แล้ว
อีกทั้ง กระแสวิกฤตการเมืองในตะวันออกกลางยังไม่จบสิ้น ยังมีสิทธิราคาน้ำมันจะเด้งกลับมาทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ได้อ่านการวิเคราะห์ของ เดวิด กรีลีย์ และ เจฟฟรีย์ เคอร์รี นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ เขามองกลับกันครับ ซึ่งสองคนนี้เขาบอกว่า ราคาน้ำมันโลกน่าจะเริ่มลดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ โดยจุดสำคัญที่ทั้งสองบอกไว้คือ ที่ผ่านมา เรามัวแต่ไปให้ความสำคัญแต่กับปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเท่านั้น กลัวว่าจะไม่พอ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ในข้อเท็จจริงนั้นอุปทาน หรือดีมานด์ของน้ำมันโลกเริ่มลดลงให้เห็นแล้ว ซึ่งเป็นเพราะว่าเมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปมาก โดยเฉพาะในสหรัฐ ความต้องการก็ลดลงในทันที
น่าสนใจครับ ยิ่งหากพิจารณากันในประเด็นอื่นๆ ความต้องการน้ำมันในโลกก็น่าจะลดลงด้วยเช่นกัน อย่างเช่นจีนที่จะพยายามชะลอเศรษฐกิจเพื่อลดปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ อาจจะทำให้ความต้องการลดลงบ้าง
และแน่นอนสำหรับญี่ปุ่นความต้องการน้ำมันจะหายไประยะหนึ่งเนื่องจากภาคการผลิต และผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิ
ขณะที่ในยุโรปและสหรัฐเองนั้น ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ตามต่อด้วยฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันก็จะลดลงเป็นธรรมดา
แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยหรือเปล่า เพราะเห็นบริษัทน้ำมันในบ้านเรามีแต่ปรับขึ้นราคาเอา ไม่ค่อยจะปรับลงกัน..!







