
IMFเตือนน้ำมันเงินเฟ้อฉุดศก.โลก
ยังมั่นใจปัจจัยลบยังไม่แรงพอหั่นคาดการณ์ศก.มะกันญี่ปุ่น
ยังมั่นใจปัจจัยลบยังไม่แรงพอหั่นคาดการณ์ศก.มะกันญี่ปุ่น
ไอเอ็มเอฟ ตรึงคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ยังขยายตัว 4.4% เตือนเงินเฟ้อน้ำมันวิกฤตโลกอาหรับกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่าโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้น ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ภาวะเงินเฟ้อสูงในจีน ตลอดจนวิกฤตหนี้ในยุโรป แต่ทว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะไม่รุนแรงจนกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
โอลิเวียร์ บลองชาร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ไอเอ็มเอฟ ยืนยันว่า ขณะนี้ภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลกยังไม่ถือว่ามาก จึงไม่เสี่ยงที่จะชะลอตัว อีกทั้งราคาน้ำมันที่ขึ้นมาถึง 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะไม่ส่งผลกระทบมากเช่นกัน แต่ยังมีปัจจัยลบบางประการ โดยเฉพาะปัญหาในภาคการเงินและวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปและสหรัฐ
ดังนั้น ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2554 ไอเอ็มเอฟจึงคงการคาดการณ์ระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ไว้ที่ 4.4% และ 4.5% ในปี 2555 ลดลงจากอัตราการโตเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 5%
นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังประเมินว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในปีนี้ไว้ที่ 2.4% ส่วนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งจีน มีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 6.5%
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐลงมาอยู่ที่ 2.8% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ม.ค.
“แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพราะได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคเอกชน และ จากการที่ภาวะตึงตัวในตลาดการเงินเริ่มคลี่คลายลง แต่ภาวะซบเซาในตลาดแรงงานและอัตราการว่างงานที่สูงมากของสหรัฐ ยังคงเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ” รายงานของไอเอ็มเอฟ ระบุ
ทั้งนี้ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นซึ่งเผชิญ เหตุหายนะทางธรรมชาติครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ยังผลให้ไอเอ็มเอฟตัดสินใจปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.4% หรือลดลง 0.2% จากเมื่อเดือน ม.ค. เพราะคาดว่าเหตุภัยพิบัติจะฉุดรั้งการขยายตัวในไตรมาสแรกให้ชะลอตัว
ไอเอ็มเอฟยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนไว้ที่ระดับ 9.6% ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ชี้ว่าค่าเงินหยวนของจีนยังอ่อนกว่าความเป็นจริง และเตือนว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนอาจพุ่งสูงถึง 5% ในปีนี้
“ค่าเงินจีนยังอ่อนค่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ ซึ่งทำให้นานาชาติยังคงเรียกร้องการปรับค่าเงินให้ยืดหยุ่นกว่านี้อีกต่อไป” รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกระบุ พร้อมกันนี้ยังชี้ถึงแนวทางแก้ไขว่า การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและปรับค่าเงินให้แข็งค่าขึ้น จะช่วยให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างจีนรอดพ้นจากสภาพการเติบโตที่ร้อนเกิน และแก้ไขความไม่สมดุลในการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจมั่นคงขึ้น
ทิศทางราคาน้ำมันโลกวันที่ 12 เม.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่กรุงลอนดอน ลดลง 0.31 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 123.67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยหลักที่กระทบต่อราคาน้ำมัน เพราะนักลงทุนยังรอจับตาดูรายงานคาดการณ์อุปสงค์อุปทานน้ำมันโลกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรายงานสำรวจความต้องการพลังงานในสหรัฐซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด สเปนดิ้งพัลส์ ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้







