
โลกต้องฟื้น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อย่อว่าไอเอ็มเอฟ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อย่อว่าไอเอ็มเอฟ
ประกาศการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ ว่าจะยังทะลุทะลวงไปได้ที่ 4.5% จากเมื่อปีที่แล้ว ที่ 5%
เนื้อหาสาระสำคัญที่ไอเอ็มเอฟบอกไว้คือปัจจัยลบ ปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะราคาน้ำมันโลก วิกฤตการเมืองในตะวันออกกลาง ปัญหาหนี้ในยุโรป ตลอดจนปัญหาเงินเฟ้อในจีน แม้จะหนักหน่วงแต่ก็ไม่สาหัสพอที่จะฉุดให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกชะงักลงครับ
เป็นการมองโลกในแง่ดีพอสมควรสำหรับการประเมินครั้งล่าสุดนี้ โดยหลักๆ สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะเติบโตที่ 2.5% ส่วนประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีจีนเป็นหัวเรือใหญ่จะโตที่ 6.5% โน่น และเฉพาะจีนเพียงประเทศเดียวปีนี้ จะโตกระฉูดที่ 9.6%
การประเมินของไอเอ็มเอฟถือว่ามีน้ำหนักพอสมควร หากการคาดการณ์ในหลายปัญหาถูกต้อง และไม่มีอะไรผิดแปลกไปครับ
กรณีของจีน ดังที่เรารู้อยู่ว่าจีนกำลังเจอกับปัญหาเงินเฟ้ออย่างหนักหน่วงดัชนีเงินเฟ้อประจำเดือน ก.พ. อยู่ที่ 4.9% ซึ่งถือว่าสูงแต่ก็ลดลงจากเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 5.3% ครับ กระนั้นจีนก็ยังต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ใน 6 เดือนอีก 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การขึ้นดอกเบี้ยของจีนเปรียบเหมือนกับการให้ยาต่อเนื่อง แน่นอน แม้จะดูน่าตกใจ แต่ปัญหาเงินเฟ้อของจีนนั้นเข้าขั้นสาหัส เพราะจีนเป็นประเทศใหญ่ และภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตัวนั้นมีความรุนแรง ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงเกินจริงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นมาตรการคุมทุนและคุมการปล่อยกู้จึงมีความจำเป็นต้องค่อยๆ ให้ยาแก้ครับ และคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงครึ่งปีหลังที่ปัญหาเงินเฟ้อจะเริ่มดีขึ้น
ส่วนที่ยุโรป การที่โปรตุเกสขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และไอเอ็มเอฟนั้น ถือว่าคลายความกังวลได้ไม่น้อย เพราะโปรตุเกสน่าจะสุดอั้นแล้ว และการขอรับความช่วยเหลือน่าจะทำให้ปัญหาไม่ลุกลามไปยังสเปนและอิตาลีตามที่กังวลกัน แต่ก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดี วิกฤตหนี้ในยุโรปคงยังต้องจับตามองต่อไป
และสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเห็นท่าทีที่ชัดขึ้นครับ ว่าหลายประเทศจะไม่ยอมให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตูนิเซียและอียิปต์ โดยเฉพาะในเยเมนและซาอุดี…อาระเบีย ที่รัฐบาลปราบปรามการประท้วงแบบจริงจังมากที่สุด ขณะที่ในลิเบียนั้นตะวันตกก็เข้าไปแทรกแซงแล้วเปลาะหนึ่ง ดังนั้นความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง แต่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันบ้างในช่วงสั้นๆ
ถ้าความเสี่ยงทุกอย่างลงล็อก ก็ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจโลก แต่ถ้าถึงสิ้นปีจีนยังกุมขมับแก้ไม่ตกกับปัญหาเงินเฟ้อ วิกฤตในตะวันออกกลางลามเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียอย่างเต็มตัว สเปน และอิตาลีต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินบ้าง เมื่อนั้นคงไม่ต้องประเมินใหม่ บอกได้เลยว่า นอกจากเศรษฐกิจโลกจะไม่ฟื้นตัว อาจจะยังถดถอยรอบ 2 ก็มีโอกาสสูงครับ







