
ญี่ปุ่นลั่นหยุดทิ้งน้ำปนรังสีลงทะเล
อ้างลาช้าเพราะอาฟเตอร์ช็อกเยอรมนีเส้นตายเลิกนิวเคลียร์
อ้างลาช้าเพราะอาฟเตอร์ช็อกเยอรมนีเส้นตายเลิกนิวเคลียร์
เทปโคยันสิ้นสุดภารกิจปล่อยน้ำเปื้อนรังสีลงทะเลวันนี้ ด้านโตชิบาผู้ผลิตเตาปฏิกรณ์เสนอใช้เวลา 10 ปี รื้อ 4 เตาที่มีปัญหา
สำนักงานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ว่า บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) จะสิ้นสุดปฏิบัติ การระบายน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิลงสู่ทะเลซึ่งล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ตามกำหนดการเดิม เทปโคคาดว่าภารกิจระบายน้ำลงทะเลจะเสร็จสิ้นในวันที่ 9 เม.ย. แต่ปฏิบัติการต้องหยุดชะงักเนื่องจากเหตุอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงขนาด 7.1 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.
คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่จีนแสดงความกังวลต่อการปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีลงสู่ทะเล
ทว่าแม้จะเผชิญกับวิกฤตนิวเคลียร์มาร่วมเดือน แต่เทปโคยังคงไม่สามารถคลี่คลายวิกฤตด้านนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่อุบัติเหตุโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้ โดยทีมวิศวกรยอมรับว่ายังไม่สามารถควบคุมเตาปฏิกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อให้สถานการณ์คงที่ และอีกหลายปเพื่อจัดการกับสารพิษกัมมันตรังสีที่หลงเหลืออยู่
ด้านสำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า บริษัท โตชิบา คอร์ป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเตาปฏิกรณ์ให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังมีปัญหานี้ ได้เสนอแผนการระยะยาว 10 ปี สำหรับปลดประจำการเตาปฏิกรณ์ 4 เครื่องจากทั้งหมด 6 เครื่องที่ได้รับความเสียหาย แต่รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะวางแนวทางเฉพาะเพื่อยุติวิกฤตครั้งนี้
ทั้งนี้ ในวันเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เหตุภัยพิบัติซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้เด็กอย่างน้อย 82 คน ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า โดยในจำนวนนี้อยู่ในจังหวัดอิวาเตะ 44 คน ในจังหวัดมิยางิ 30 คน และในจังหวัดฟูกุชิมา 8 คน
สำหรับตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าสถิติเด็กกำพร้าจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เมืองโกเบของญี่ปุ่นเมื่อปี 1995 ซึ่งอยู่ที่ 68 คน อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ระบุก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขเด็กกำพร้าอาจเพิ่มขึ้นจากนี้ เนื่องจากภัยพิบัติเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และคาดว่าจะมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 1.5 หมื่นคน
ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลก จะระงับการผลิตที่โรงงานในอเมริกาเหนือเป็นเวลาหลายวันในเดือนนี้ เนื่องจากปัญหาเรื่องการจัดส่งชิ้นส่วนจากญี่ปุ่น เช่นเดียวกันนิสสัน มอเตอร์ ที่วางแผนปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วน 2 แห่งในเม็กซิโก เนื่องจากปัญหาเดียวกัน
นอกจากนี้ วิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นยังเป็นชนวนสำคัญให้สมาคมอุตสาหกรรมพลังงานและน้ำของเยอรมนี ซึ่งสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาโดยตลอด กลับลำเรียกร้องให้รัฐบาลล้มเลิกการใช้พลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2020 หรืออย่างช้าที่สุดภายในปี 2023 m







