posttoday
วิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นยังยืดเยื้อ

วิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นยังยืดเยื้อ

10 เมษายน 2554

โปรตุเกสเอาไม่อยู่ โร่ขอเงินช่วยเหลือ

โปรตุเกสเอาไม่อยู่ โร่ขอเงินช่วยเหลือ

ข่าวร้อนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังวนเวียนอยู่กับวิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่น ที่แม้จะยืดเยื้อมาร่วมเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ของบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ยังคงเดินหน้าใช้สารพัดวิธีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ภายในโรงไฟฟ้า

วิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นยังไร้ทางออก

หนึ่งในข่าวดีที่ถูกส่งออกเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ในการฉีด “โซเดียมซิลิเกต” ลงไปในรอยแตกที่มีความยาวประมาณ 20 ซม. ที่บ่อกักเก็บน้ำใช้แล้วใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 และเป็นจุดที่คาดว่าเป็นต้นตอให้น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีระดับเข้มข้นกว่าปกติถึง 1,000 เท่า รั่วและไหลลงสู่ทะเล หลังล้มเหลวมาหลายวิธี ทั้งการเทคอนกรีต ใช้โพลีเมอร์ผสมขี้เถ้าและหนังสือพิมพ์

แต่ทว่า ท่ามกลางน่ายินดี ก็มีข่าวร้ายที่สร้างความวิตกกังวลไปทั่ว หลังจากที่เทปโคประกาศว่าจำเป็นต้องระบายน้ำที่มีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีลงสู่ทะเลจำนวน 1.15 หมื่นตัน เพื่อสำรองที่ว่างในบ่อกักเก็บน้ำใช้แล้ว เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำที่ปนเปื้อนรังสีในระดับสูงเพิ่มขึ้น

วิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นยังยืดเยื้อ

นอกจากนี้ ในสัปดาห์เดียวกันเทปโคยังเปิดเผยว่า ได้ฉีดไนโตรเจนซึ่งเป็นก๊าซเฉื่อยเข้าไปในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1 ซึ่งมีการสะสมของไนโตรเจนในปริมาณมาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันการระเบิดหากไฮโดรเจนจับตัวกับออกซิเจนในอากาศ%CUR

ทั้งนี้ แน่นอนว่าวิกฤตนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น ยังส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อเทปโค โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหุ้นของเทปโคดิ่งเหวแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 60 ปี ที่ระดับลงมาอยู่ที่ 376 เยน ในการซื้อขายระหว่างวัน ท่ามกลางความกังวลว่าเทปโคจะต้องจ่ายเงินชดเชยก้อนใหญ่ ในฐานะเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ โดยนับตั้งแต่เกิดวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงขึ้น มูลค่าหุ้นของเทปโคร่วงลงแล้วมากกว่า 80%

สถานการณ์ที่ยังไร้ทางออกนี้ ยังทำให้เทปโคตัดสินใจเลื่อนการแถลงผลประกอบการประจำปีงบการเงิน 2553 ที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. ออกไปอย่างไม่มีกำหนดอีกด้วย

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ออกมาแย้มท่าทีว่า กำลังวางแผนจะขอความร่วมมือจากกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี7) ต่อไปในการประชุมรัฐมนตรีคลัง จี7 ที่กรุงวอชิงตัน ของสหรัฐ ในเดือนหน้า ภายหลังจากเมื่อเดือนที่แล้วกลุ่ม จี7 และญี่ปุ่นได้ร่วมมือกันแทรกแซงค่าเงิน เพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงินเยนหลังเหตุภัยธรรมชาติครั้งใหญ่

l ญี่ปุ่นเคราะห์ซ้ำ ธรณีเขย่าอีก!!

นอกจากวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รุมเร้าแล้ว เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นยังเคราะห์ซ้ำอีกระลอก เมื่อเผชิญกับเหตุอาฟเตอร์ช็อกครั้งรุนแรง ขนาด 7.1 ริกเตอร์ ซึ่งมีจุดศูนย์กลางใกล้กับเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 11 มี.ค. โดยในตอนแรกทางการได้ประกาศเตือนสึนามิ แต่ได้ยกเลิกในเวลาต่อมา โดยเหตุอาฟเตอร์ช็อกล่าสุดนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บอีกราว 150 คน

ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุดังกล่าว มีเพียงโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์โอนากาวาโตโฮกุ ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว รายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวส่งผลให้น้ำประมาณ 15 ลิตร ที่ใช้ในระบบหล่อเย็นแล้วและมีการปนเปื้อนกัมมันตรังสีกระฉอกออกมาภายนอก แต่ความเข้มข้นของการปนเปื้อนน้อยกว่าระดับที่กำหนดและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

l จีนขยับดอกสู้เฟ้อโปรตุเกสสุดอั้นขอเงินช่วยเหลือ

ส่วนความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คึกคักไม่แพ้กัน

เริ่มจากมังกรจีน ที่ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ หลังเจอปัญหาหนักจากภาวะเงินเฟ้อ โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี ขึ้น 0.25% ไปอยู่ที่ 3.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี ปรับขึ้นไปอีก 0.25% เช่นกันไปอยู่ที่6.31%

โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ เป็นผลมาจากที่ระดับเงินเฟ้อของจีนยังไม่ลดความร้อนแรงลง และเป็นสิ่งที่สร้างความวิตกกังวลให้กับรัฐบาลมากที่สุด เพราะแม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน ก.พ. จะลดลงมาอยู่ที่ 4.9% แต่ก็ยังสูงกว่าเพดานที่ธนาคารกลางจีนตั้งเป้าไว้และมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูงต่อไประยะหนึ่ง

ขณะที่โปรตุเกสเองก็กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ล่าสุดรัฐบาล โฮเซ โสเครเตส ของนายกรัฐมนตรีโปรตุเกส ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ระบุว่า รัฐบาลได้ลองทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งปัญหาหนี้ได้ จึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

ทั้งนี้ โปรตุเกสนับเป็นประเทศที่สามต่อจากไอร์แลนด์และกรีซที่ยื่นเรื่องของเงินช่วยเหลือ แต่ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้บรรดานักวิเคราะห์ ซึ่งได้คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งยังมองว่าการตัดสินใจของรัฐบาลโปรตุเกสในครั้งนี้ จะช่วยหยุดปัญหาหนี้สาธารณะไม่ให้แผ่ขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะเป็นรายต่อไปอย่างสเปน m

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา