
ยูเอ็นถกหาทางลงวิกฤตลิเบีย
อนาคตลิเบียหลังยุค‘กัดดาฟี’ โอบามายันทำเหมาะสมแล้ว
อนาคตลิเบียหลังยุค‘กัดดาฟี’ โอบามายันทำเหมาะสมแล้ว
ประชาคมโลกเร่งหาทางออกอนาคตลิเบีย ขณะที่กัดดาฟีร่อนจดหมายวอนพันธมิตรเลิกป่าเถื่อน
บรรดาผู้แทนจาก 40 ประเทศทั่วโลก นำโดยบันคีมุน เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ พร้อมด้วยองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กลุ่มสันนิบาตอาหรับ สหภาพยุโรป และสหภาพแอฟริกา ได้ร่วมกันหารือที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งหาข้อตกลงถึงการยุติปัญหาในลิเบีย และหาทางออกให้กับประเทศในอนาคต โดยมุ่งเน้นกดดันให้กัดดาฟีต้องลาออกจากตำแหน่ง
ล่าสุด ตัวแทนจากสหรัฐ อังกฤษ สเปน และอิตาลีได้ส่งสัญญาณถึงทางออกที่เป็นไปได้และเหมาะสมกับลิเบียในขณะนี้ คือ พ.อ.กัดดาฟี ต้องลงจากตำแหน่งและลี้ภัยออกนอกประเทศทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของที่ประชุมกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อบรรลุจุดประสงค์ 3 ประการด้วยกันคือ การรับทราบถึงบทบาทผู้นำใหม่ของนาโตในการปกป้องพลเรือน ลิเบีย การจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อบังคับใช้มาตรการของสหประชาชาติ และการลงพื้นที่ของกลุ่มผู้แทนพิเศษยูเอ็น นำโดย อัลเดลไลลาห์ อัล คาทิบ รัฐมนตรีต่างประเทศจอร์แดนในฐานะทูตพิเศษของบันคีมุน เพื่อเจรจากับผู้นำลิเบียโดยตรง และหาทางยุติปัญหาการนองเลือดในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียได้ส่งจดหมายถึงผู้แทนกลุ่มดังกล่าว เพื่อเร่งเร้าให้กองกำลังพันธมิตรยุติการกระทำที่ป่าเถื่อนต่อประเทศลิเบีย โดยเห็นว่าการโจมตีในครั้งนี้ ไม่แตกต่างไปจากโครงการโฆษณาชวนเชื่อที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ใช้กับทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐขึ้นชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณชนกรณีที่ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการในลิเบียว่าไม่อาจทนเห็นให้เกิดการสังหารหมู่พลเรือนได้ พร้อมทั้งย้ำชัดว่าไม่มีเจตนามุ่งใช้กำลังทหารโค่นล้มผู้นำลิเบียให้ออกจากตำแหน่งแน่นอน และเป็นความผิดพลาดที่สหรัฐจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น
ขณะที่ล่าสุด กองทัพสหรัฐเริ่มหันมาใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อลดการโจมตีทางอากาศลงบ้างแล้ว โดยอาศัยเครื่องบินทหารบินร่อนเหนือประเทศลิเบีย เพื่อแจกจ่ายใบปลิวซึ่งระบุข้อความให้เลิกเชื่อฟังกัดดาฟี เลิกต่อสู้ วางอาวุธ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
ทางด้านกองกำลังฝ่ายกบฏเริ่มรุกคืบไปยังทางตะวันออก เข้าใกล้กรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำลิเบีย โดยหนึ่งในกองกำลังฝ่ายต่อต้านกล่าวต่อผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า กัดดาฟีได้ให้พลเรือนธรรมดาพกอาวุธเพื่อใช้โจมตีฝ่ายกบฏ ซึ่งฝ่ายกบฏไม่ได้ยิงตอบโต้คืน







