
ความโปร่งใส
บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียล ไทมส์ เคยเขียนสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ 1 สัปดาห์
บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียล ไทมส์ เคยเขียนสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ 1 สัปดาห์
หลังเกิดวิกฤตการณ์โรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ว่า เราอาจหวาดกลัวการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี แต่เราคงหนีไปจากการมีอยู่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ได้
เพราะความต้องการพลังงานอย่างมหาศาลในวันนี้ ทำให้มนุษย์ต้องหันเข้าหา “ความเสี่ยง” แม้จะรู้ว่าอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงหากเกิดผิดพลาดขึ้น
ดิฉันอ่านแล้วก็ค่อนข้างเห็นด้วยว่าเรื่องนิวเคลียร์คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะจะหาพลังงานทดแทนอย่างอื่นที่ถูกกว่าและสะอาดกว่าพลังงานอย่างถ่านหินในปริมาณมหาศาลได้อย่างไร
และถึงไทยเราจะไม่สร้าง แต่วันหนึ่ง (อีกไม่กี่สิบปี) เราจะมีเพื่อนบ้านที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างเวียดนาม ซึ่งลงนามสัญญากับรัสเซียไปแล้ว และจีนที่ประกาศจะไม่ละความมุ่งมั่นในพลังงานนิวเคลียร์
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่ามนุษย์เราจะอยู่กับมันอย่างไร และหนึ่งในหัวข้อของปัญหาหลังเกริ่นมาเสียยืดยาวก็คือ “ความโปร่งใส”
เชื่อแน่ว่าคนไทยกว่า 90% ตะขิดตะขวงใจกับคำๆ นี้มานานแสนนาน แต่เอาเข้าจริงเรื่องนี้ก็ดูจะไม่ได้เป็นปัญหาแค่ไทย เพราะแม้แต่ญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงดีกว่าไทยมาก ก็ยังต้องพบกับปัญหาเดียวกัน
หากติดตามสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ชัดว่า สถานการณ์ดูจะเลวร้ายลงทุกขณะ แม้ว่าจะยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากกัมมันตภาพรังสี แต่จากปริมาณการปนเปื้อนของรังสีในน้ำทะเลนอกโรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าค่ามาตรฐานในสัปดาห์ที่แล้วไปอยู่ที่ 1,850 เท่าในวันอาทิตย์ และปริมาณการปนเปื้อนของน้ำขังในโรงงานจากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าค่ามาตรฐาน 10 ล้านเท่า ส่งผลให้สื่อและนักวิชาการบางฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจมีการแตกรั่วของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกิดขึ้น
ประเด็นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เราต้องตื่นตระหนกกับปริมาณรังสีว่าจะมีกี่มิลลิซีเวิร์ต เพราะเราไม่ได้ไปสัมผัสโดยตรง แต่อยู่ที่ว่าเทปโครับมือกับปัญหาดีพอและเปิดเผยข้อมูลต่อทางการมากพอหรือไม่ หลังจากที่ออกมายอมรับรอบหนึ่งแล้วว่าได้ตบแต่งข้อมูลเรื่องการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหมายเลข 1
แม้แต่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยูคิโอะ เอดาโนะ ก็ยังต้องแถลงเรียกร้องให้เทปโคให้ข้อมูลกับทางการให้มากขึ้นและในทันที จะได้ออกแผนรับมือได้ทันท่วงทีกรณีที่ความเสียหายรุนแรงกว่าที่คาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น ก็คือวิกฤตศรัทธา
เห็นตัวอย่างแบบนี้แล้ว ต้องยอมรับว่าทำเอาขยาดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปทีเดียวค่ะ ทำเอานึกย้อนไปเมื่อปี 2009 ตั้งแต่ก่อนที่เกิดปัญหาครั้งนี้ขึ้น กับโพลของ กฟผ. ที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 64% บอกว่าสนับสนุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ 66% ย้ำว่าต้องไปสร้างนอกบ้านที่ไม่ใช่จังหวัดของตัวเอง







