posttoday
เตาปฎิกรณ์ยังวิกฤต

เตาปฎิกรณ์ยังวิกฤต

28 มีนาคม 2554

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิจิ ฟูกูชิมายังคงวิกฤต สารกัมมันตรังสียังอยู่ในระดับสูงที่1,000 มิลลิซีเวิร์ต ต่อชั่วโมง

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิจิ ฟูกูชิมายังคงวิกฤต สารกัมมันตรังสียังอยู่ในระดับสูงที่1,000 มิลลิซีเวิร์ต ต่อชั่วโมง

สถานการณ์ที่โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไดอิจิ ฟูกูชิมา ยังคงวิกฤตอยู่เนื่องจากระดับของสารกัมมันตรังสีที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 นั้น ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ โดยที่บ่อน้ำภายในเตาปฏิกรณ์ดังกล่าวยังปล่อยสารกัมมันตรังสีออกมาที่ 1,000 มิลลิซีเวิร์ต ต่อชั่วโมง

ด้านด้านเทปโค กล่าวว่า มากกว่าปริมาณที่คนเราได้รับใน 1 ปี ราว 330 เท่า และ สูงกว่าระดับสูงสุดที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นกำหนดไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่จะได้รับราว 4 เท่าตัว
           
นอกจากนั้น เทปโค ยังยืนยันด้วยว่า ระดับดังกล่าวสูงกว่าระดับปกติของเตาปฏิกรณ์ราว 100,000 เท่าเท่านั้น ไม่ใช่ 10 ล้านเท่าตามที่เป็นข่าวออกไปเมื่อวานนี้

เทปโคระบุว่า น้ำภายในเตาปฏิกรณ์นั้นปนเปื้อนสารไอโอดีน -134 ซึ่งเป็นสารไอโซโทปที่ระยะสั้นที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์

นอกจากนั้นจากการตรวจน้ำทะเลใกล้กับโรงปฏิกรณ์ดังกล่าวเมื่อวานนี้ พบว่าปนเปื้อนมากกว่าระดับปกติถึง 1,850 เท่า นอกจากนั้น จากการตรวจที่เตาหมายเลข 3 ยังพบระดับสารกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย

ด้านผู้เชี่ยวชาญต่างๆกำลังตั้งข้อสงสัยขึ้นว่า แกนปฏิกรณ์ที่เตาหมายเลข 1,2,3 นั้นอาจจะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดการระเบิดที่อาคารเตาหมายเลข 1 และ 3 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสงสัยว่าอาจจะเกิดการระเบิดขึ้นภายในเตาหมายเลข 2  ขึ้นด้วยซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การอ่านค่าระดับสารกัมมันตรังสีอยู่ในระดับที่สูงมาก

นาย ฮิเดฮิโกะ นิชิยามา โฆษกสำนักงานความปลอดภัยอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นกล่าวว่า “สารกัมมันตรังสีที่พบเจือปนในน้ำภายในเตาปฏิกรณ์นั้น อาจจะมาทั้งจากบ่อเชื้อเพลิงใช้แล้ว หรือว่าอาจจะมาจากตัวเตาปฏิกรณ์เองก็ได้”

ก่อนหน้านี้ นายนิชิยามา กล่าวว่า การที่ตรวจพบสารไอโอดีน-134 ในระดับสูงนั้นถือเป็นเรื่องแปลกเนื่องจากตามปกตินั้นที่เตาปฏิกรณ์จะพบแต่สารไอโอดีน-131 มากกว่า ซึ่งตัวรับแรงกดดันรอบๆแกนเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 นั้นก็เชื่อว่าจะไม่ได้รับความเสียหายด้วย ดังนั้นน้ำที่ปนเปื้อนอาจจะรั่วไหลออกมาตามวาล์ว และท่อต่างๆที่เชื่อมส่วนต่างๆของเตาปฏิกรณ์

นอกจากนั้น นาย นิชิยามา กล่าวว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่น้ำที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีนั้นจะไหลลงสู่ท้องทะเลจากตัวเตาปฏิกรณ์ แต่อาจจะมาจากน้ำที่ชะล้างสารปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆโรงปฏิกรณ์ไหลลงสู่ทะเลมากกว่า

หลังจากการตรวจสอบพบระดับสารกัมมันตรังสีที่เตาหมายเลข  2  นั้นทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารเตาปฏิกรณ์ดังกล่าว ซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ 2 คน และไม่ได้รับอันตราย อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าทีได้กลับเข้าไปทำงานใหม่ตามจุดต่างๆ รวมไปถึงที่ห้องควบคุม ซึ่งแสงไฟได้กลับมาอีกครั้งแล้ว

นอกจากที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 แล้ว เจ้าหน้าที่ยังเริ่มวิตกกังวลกับระดับของสารกัมมันตรังสีที่เตาหมายเลข 3 มากขึ้นด้วย ซึ่งเกิดการระเบิดของไฮโดรเจนเมื่อก่อนหน้านี้ และเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลอาจจะมาจากที่ตัวแกนปฏิกรณ์ทีเดียว ซึ่งที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 นี้ ถือเป็นเตาเดียวที่ใช้เชื้อเพลิงผสมระหว่างพลูโตเนียม และยูเรเนียม  ซึ่งมีความอันตรายมากกว่าที่เตาอื่นซึ่งใช้แต่ยูเรเนียม

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ 2 ใน 3 คนถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังจากที่เหยียบเข้าไปในน้ำที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับสูง ซึ่งล่าสุดนั้น นายยูกิโอะ เอดาโน หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งสองคน จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วในวันนี้ ซึ่งต่างมีอาการที่ดีขึ้น

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ของเทปโค ยังได้ออกมากล่าวขอโทษอีกครั้ง โดยยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะได้รับการแก้ไขที่ดีกว่านี้หากการสื่อสารมีประสิทธิภาพขึ้น โดย นาย ฮิเดยูกิ โคยามา รองผู้อำนวยการของเทปโคกล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบน้ำที่เจิ่งนองที่บริเวณฐานของเตา ตั้งแต่เมื่อ 6 วันก่อนหน้านี้ แต่ทว่าตัวอย่างของน้ำไม่ได้นำไปตรวจจนมาถึงวันที่ 24 มีนาคมนี้เอง หลังจากที่ มีเจ้าหน้าที่ 3 คนสัมผัสน้ำเหล่านั้นซึ่งมีระดับการปนเปื้อนสูงถึง 173-181 มิลลิซีเวิร์ต

นอกจากนั้น โคยามากล่าวด้วยว่า ระบบการเตือนระดับสารกัมมันตรังสีได้ดังขึ้นและแต่เจ้าหน้าที่ยังกลับทำงานอยู่ต่อไปราว 40-50 นาทีเนื่องจากคิดว่าระบบเตือนรวน

 


 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI