
หวั่นเตาปฏิกรณ์'พัง'ดันรังสีมรณะพุ่ง
พบรังสีปนเปื้อนในน้ำทะเลสูงกว่ามาตรฐานกว่าพันเท่า เพิ่มข้อสงสัยอาจเกิดการรั่วไหลจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หวั่นอุตสาหกรรมประมงทรุด
พบรังสีปนเปื้อนในน้ำทะเลสูงกว่ามาตรฐานกว่าพันเท่า เพิ่มข้อสงสัยอาจเกิดการรั่วไหลจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หวั่นอุตสาหกรรมประมงทรุด
สำนักข่าวเอพีอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นว่า ระดับสารกัมมันตรังสีที่พบในน้ำทะเลห่างจากชายฝั่ง 30 กม. ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นจากการตรวจครั้งล่าสุดเมื่อ 2 วันก่อนถึง 10 เท่า โดยพบการปนเปื้อนสารไอโอดีน131 สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ 1,250 เท่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้พบว่าสูงขึ้นเพียง 126 เท่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. และ 145 เท่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.
“นี่เป็นระดับที่ถือว่าสูงมากทีเดียว” ฮิเดฮิโกะ นิชิยามะ เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น กล่าว
แม้ทางเทปโคจะระบุว่า สารไอโอดีน131 ที่พบยังไม่น่าวิตกต่อร่างกายมนุษย์มากเท่าที่ควร เพราะมีการย่อยสลายตัวเองได้ในระยะเวลาราว 8 วัน ทว่าเจ้าหน้าที่ก็ยังพบการปนเปื้อนของสารซีเซียมในน้ำทะเลด้วย ซึ่งสารซีเซียมนั้นต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึงราว 30 ปี โดยพบว่าการปนเปื้อนนั้นสูงกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดไว้ 79.6 เท่า
การปนเปื้อนดังกล่าวที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสุ่มตรวจเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพิ่มความวิตกตามที่มีการคาดการณ์กันว่าอาจเกิดความเสียหายที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดยอาจมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากส่วนเตาปฏิกรณ์ (Reactor Vessel) วาล์วหรือท่อส่ง ออกไปสู่ภายนอกได้
เอพีระบุว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนั้น อาจเกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ซึ่งมีพลังงานคือยูเรเนียมและพลูโทเนียมผสมกันอยู่ในแกนกลางเตาปฏิกรณ์ และถือเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีอันตรายที่สุดประเภทหนึ่ง เกิดลุกไหม้ และทำให้เตาซึ่งเป็นเหล็กทนต่อความดันสูงเกิดการแตกหรือเป็นรูรั่ว จนส่งผลให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกสู่ภายนอก
การตั้งข้อสงสัยดังกล่าวมีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ 3 คน พบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระดับที่รุนแรงกว่าค่ามาตรฐานถึง 1 หมื่นเท่า ภายในอาคารกังหันน้ำที่เชื่อมต่อกับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 นอกจากนี้ ก็ยังมีการพบน้ำขังที่ปนเปื้อนรังสีปริมาณสูงเช่นเดียวกัน ที่อาคารกังหันน้ำของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 หมายเลข 2 และหมายเลข 4 ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ได้แถลงว่า ยังไม่พบข้อมูลใดๆ ที่บ่งชี้ได้ว่ามีการแตกรั่วของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ส่วนที่กรุงโตเกียว ซึ่งมีประชากรหนาแน่น 13 ล้านคน และอยู่ห่างจากจังหวัดฟูกุชิมาไปทางตอนใต้กว่า 300 กม.นั้น มีการตรวจวัดปริมาณรังสีได้ 0.22 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือสูงกว่าระดับปกติ 6 เท่า ทว่าไม่ถือเป็นอันตรายและยังอยู่ภายในค่ามาตรฐานสากลที่มีสมาคมนิวเคลียร์โลกกำหนดไว้ที่ระหว่าง 0.17-0.39 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รายหนึ่งจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น พบว่า ปริมาณรังสีในแต่ละวันที่พบ ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือห่างไปราว 30 กม. จาก จังหวัดฟูกุชิมา มีปริมาณรังสีสูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ตลอดทั้งปีแล้ว แม้ว่าจะเป็นปริมาณที่น้อยกว่ารังสีที่ได้จากการเข้าเครื่องเอกซเรย์ก็ตาม
สำหรับความคืบหน้าผู้เสียชีวิตล่าสุด เหตุแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ และคลื่นสึนามิถล่ม ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.นั้น เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่กว่า 1 หมื่นคน และยังมีผู้สูญหายอีกราว 1.75 หมื่นคน
วิกฤตอาหารปนเปื้อนยังเลวร้าย
ด้านรอยเตอร์ส ระบุว่า ปัญหาการปนเปื้อนในน้ำทะเลครั้งล่าสุด ส่งผลให้เกิดความวิตกในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการส่งออกอาหารทะเลของญี่ปุ่น หลังจากที่หลายประเทศได้สั่งระงับการนำเข้าอาหารประเภทนม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อ และพืชผัก จากหลายจังหวัดรอบโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ไปแล้ว และกำลังจับตาอาหารทะเลเป็นรายต่อไป
ล่าสุด การปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีที่รุนแรงขึ้น ยังได้ขยายวงไปถึงผักกะหล่ำแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น แถลงว่า ตรวจพบการปนเปื้อนสารไอโอดีนราว 2,300 เบเคอเรลส์ต่อกิโลกรัม หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 2,000 เบเคอเรลส์ ในกะหล่ำปลีที่วางขายภายในห้างค้าปลีกที่จังหวัดนาโงยา ซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไปหลายร้อยกิโลเมตร
ทางการระบุว่า ผักดังกล่าวถูกส่งมาจากไร่แห่งหนึ่งในเมืองโคงะ จังหวัดอิบารากิ ซึ่งมีพรมแดนติดกับจังหวัดฟูกุชิมา นอกจากนี้ก็ยังพบการปนเปื้อนของสารซีเซียม 150 เบเคอเรลส์ ทว่ายังอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อมนุษย์
ทั้งนี้ กะหล่ำปลีเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามเคลื่อนย้ายออกจาก จังหวัดฟูกุชิมา แต่ไม่ได้ห้ามในจังหวัดอิบารากิ
“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่เราได้ยินข่าวเรื่องอาหารปนเปื้อนรังสีสูงกว่ากำหนดหลายต่อหลายครั้ง” ยูคิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าว
อย่างไรก็ตาม เอดาโนะ ยังคงย้ำขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก และย้ำว่าผักที่ปนเปื้อนนั้นยังไม่ส่งผลถึงขั้นเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้







