posttoday
กัดดาฟีลั่นสู้จนชนะด่าตะวันตกแค่ขยะ

กัดดาฟีลั่นสู้จนชนะด่าตะวันตกแค่ขยะ

24 มีนาคม 2554

กัดดาฟี ด่ากราดกองทัพตะวันตกแค่เผด็จการกากประวัติศาสตร์ จะสู้ และจะชนะด้วย

กัดดาฟี ด่ากราดกองทัพตะวันตกแค่เผด็จการกากประวัติศาสตร์ จะสู้ และจะชนะด้วย

โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ปรากฏตัวสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกหลังจากปฏิบัติการถล่มลิเบียผ่านสถานีโทรทัศน์ของประเทศ ยืนยันไม่ยอมแพ้ พร้อมตอกกลับว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการกระทำของเผด็จการฟาสซิสต์ที่สุดท้ายก็จบลงด้วยการเป็นเศษขยะของประวัติศาสตร์โลก

นอกจากนี้ ผู้นำลิเบียโต้ตอบการโจมตีของกองทัพพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส โดยกล่าวว่า เปล่าประโยชน์ เพราะกองกำลังสนับสนุนลิเบียยังคงเดินหน้าต่อสู้กดดันกลุ่มกบฏในเมืองเบงกาซี และเมืองอัจดาบียาต่อไป

รอยเตอร์ส รายงานว่า รถถังส่วนหนึ่งของกองกำลังฝ่ายสนับสนุนผู้นำลิเบียยังปิดล้อมเมืองมิสราตี ฐานที่มั่นสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มกบฏ เพื่อตัดขาดเส้นทางเข้าออก กดดันให้ยอมแพ้และวางอาวุธ ซึ่งพลเรือนในเมืองมิสราตีขณะนี้เริ่มตกอยู่ในอาการสิ้นหวัง เนื่องจากขาดแคลนน้ำและอาหาร ขณะที่กลุ่มแพทย์และพยาบาลเริ่มเหนื่อยล้า เพราะปฏิบัติงานมาโดยตลอดจนเกินกำลังความสามารถของร่างกาย

นอกจากจะออกมาเยาะเย้ยกองทัพพันธมิตรแล้ว กัดดาฟี ยังได้ปลอบขวัญให้กำลังใจกลุ่มผู้สนับสนุนที่สมัครใจสร้างโล่มนุษย์เพื่อปกป้องผู้นำ และยังเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นสู้

“เราจะเอาชนะไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เราพร้อมที่จะสู้ไม่ว่าจะยาวนานแค่ไหน และท้ายที่สุดชัยชนะก็จะเป็นของเรา” กัดดาฟี กล่าว

ทางด้านหน่วยงานระดับสูงด้านศาสนาอิสลามของอียิปต์ อัลอัซฮาร์ แม้จะออกมาประณามความก้าวร้าวของกองกำลังชาติตะวันตกที่มีต่อลิเบีย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนับสนุนรัฐบาลกัดดาฟีด้วยเช่นกัน เนื่องจากอียิปต์มองว่าประชาชนลิเบียมีสิทธิชอบธรรมที่จะเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศ

ทั้งนี้ จากการใช้จรวดมิสไซล์โทมาฮอว์ก มากกว่า 162 ลูก และเครื่องบินรบ 300 ลำ เพื่อปกป้องพลเรือนลิเบียตามมติสหประชาชาติจากกองกำลังทหารกัดดาฟี ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ด้านกลาโหมประเมินว่า ถ้าปล่อยให้การสู้รบกินเวลาอีก 23 เดือน กองทัพพันธมิตรจะต้องสูญเงินมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) สร้างความกังขาให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะเป็นการกระทำที่สูญเปล่าและมีผลประโยชน์ซ่อนเร้น

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ออกมายืนยันว่ามีเจตนาเพียงแค่ปกป้องพลเรือนของลิเบียเท่านั้น โดยก้าวแรกคือการกำหนดเขตห้ามบินโดยสมบูรณ์ ซึ่งคงทำได้อีกไม่นาน โดยขณะนี้สหรัฐได้หารือกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพื่อให้ทางยุโรปและกลุ่มสันนิบาตอาหรับเข้าร่วมในการปูทางสู่สันติภาพของลิเบียในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI