
ขอบคุณชาวไทย
เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเข้าพบท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ ฯพณฯ เซอิจิ โคจิมา ครับ ซึ่งท่านได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ต่างๆ ในญี่ปุ่นที่โลกกลัวกันอยู่ในขณะนี้
เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเข้าพบท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ ฯพณฯ เซอิจิ โคจิมา ครับ ซึ่งท่านได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ต่างๆ ในญี่ปุ่นที่โลกกลัวกันอยู่ในขณะนี้
ท่านได้ฝากขอบคุณมายังประชาชนชาวไทย ในนามของรัฐบาลญี่ปุ่นและชาวญี่ปุ่นด้วย หลังจากที่ชาวไทยเปิดการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิอย่างคับคั่ง
ซึ่งผมมีความเชื่อและมั่นใจครับว่า สิ่งที่เห็นนั้นไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่น หรือการทำเพื่อได้หน้า แต่เป็นน้ำใจอันดีงามต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริงของชาวไทย โดยที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์ตอบแทนในภายหน้า
ท่านทูตญี่ปุ่นได้ชี้แจงสถานการณ์โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำลังเป็นปัญหาที่จังหวัดฟูกุชิมา ซึ่งสิ่งที่ชี้แจงมาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่สื่อรายงานกันออกไปเท่าไหร่
ซึ่งก็คือ ญี่ปุ่นกำลังเร่งลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์ทั้ง 6 ตัวให้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่วิศวกรประจำโรงงานก็กำลังทำหน้าที่กันอย่างเต็มกำลัง โดยในขณะนี้สามารถต่อสายไฟเข้าไปได้แล้ว แต่กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจเช็กระบบต่างๆ ก่อนที่จะจ่ายไฟได้จริง
ผมยังได้คุยกับคุณเรียวจิ อาวาซากิ เลขานุการลำดับที่ 2 ของท่านทูต ซึ่งคุณเรียวจิบอกว่าขั้นตอนนี้จำเป็นที่สุด และอาจจะต้องใช้เวลา เนื่องจากอย่าลืมว่าระบบไฟพวกนี้ไปเจอกับน้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำทะเลครับ
ส่วนปัญหาการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหารที่ตรวจพบนั้น ถึงจะพบกระจายออกไป แต่ก็อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งข้อมูลก็ตรงกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกครับ ที่ว่าอาหารพวกนี้ไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภค
ท่านทูตชี้แจงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศงดการขาย ขนย้ายอาหารใน 4 จังหวัด ได้แก่ ฟูกุชิมา อิบารากิ กันมา และโตชิกิ เมื่อสองวันก่อนนั้น ก็เพราะว่ามาตรฐานด้านอาหารของญี่ปุ่นสูงมาก และเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ทางการญี่ปุ่นก็ต้องมีคำสั่งนั้นออกมาเช่นกัน
การทำความเข้าใจในสถานการณ์นี้ถือว่ามีความจำเป็น เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับนิวเคลียร์ถือเป็นเรื่องเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป และคนมักจะแตกตื่นกันได้เมื่อมีข่าวปรากฏออกไปว่าเกิดการรั่วไหล หรือปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี เนื่องจากไม่รู้จักกับมัน
และการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นขณะนี้ ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากๆ ครับ ไม่ว่าจะปนเปื้อนในน้ำทะเล น้ำประปา หรืออาหาร อย่างที่ท่านทูตยกตัวอย่างการปนเปื้อนในน้ำประปาที่กรุงโตเกียวนั้นอยู่ที่ 0.144 ไมโครซีเวิร์ตเท่านั้นเอง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำมาก และเมื่อเทียบกับเวลาที่คนปกติไปเอกซเรย์ปอด เราได้รับกัมมันตภาพรังสีถึง 50 ไมโครซีเวิร์ตครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายต่อมนุษย์
มนุษย์เราใช้ชีวิตอยู่กับสารกัมมันตรังสีมากมายในชีวิตปกติประจำวันอยู่แล้วครับ แต่ทว่าเมื่อมีคำว่านิวเคลียร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็มักจะแตกตื่นกันไป
สุดท้าย ท่านทูตโคจิมาฝากขอบคุณชาวไทยทุกท่านครับ







