posttoday
กองทัพกัดดาฟีบ้าเลือด เมินมติยูเอ็น เปิดฉากถล่มกลุ่มกบฏ ท้าทายประชาคมโลก

กองทัพกัดดาฟีบ้าเลือด เมินมติยูเอ็น เปิดฉากถล่มกลุ่มกบฏ ท้าทายประชาคมโลก

20 มีนาคม 2554

 

 

 
ผู้นำลิเบียกัดฟันสู้ไม่ถอย ดาทัพถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏอย่างดุเดือด ท้าทายประชาคมโลกที่เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดยิงทันที แถมขู่ถ้าต่างชาติแทรกแซง ประเทศเพื่อนบ้านพร้อมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่

สถานการณ์ในลิเบียส่อเค้าวิกฤตรุนแรง เมื่อกองกำลังที่ภักดีต่อประธานาธิบดี โมอัมมาร์ กัดดาฟี ยังบู๊ไม่เลิก ล่าสุดเดินหน้าโจมตีทางอากาศ ถล่มเบงกาซี ฐานที่มั่นของกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏและพื้นที่รอบๆ เมือง อย่างดุเดือดเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 19 มี.ค. โดยโฆษกของกลุ่มกบฏยืนยันว่ากองทัพกัดดาฟีรุกคืบเข้ามาในเบงกาซีแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพิ่งมีมติห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย

 

กองทัพกัดดาฟีบ้าเลือด เมินมติยูเอ็น เปิดฉากถล่มกลุ่มกบฏ ท้าทายประชาคมโลก

ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่า กองกำลังฝ่ายกบฏในเมืองเบงกาซีถูกโจมตีอย่างหนัก ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้ง นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินรบบินวนเวียนอยู่เหนือท้องฟ้า

“เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. กองกำลังของกัดดาฟีรุกคืบเข้ามาแล้ว เราได้ยินว่าพวกเขาอยู่ห่างจากเมืองเบงกาซีไปเพียง 20 กม.” ฟาราจ์ อาลี ชาวเมืองเบงกาซี กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากลุ่มกบฏได้ยิงเครื่องบินรบที่ทิ้งระเบิดในพื้นที่ชานเมืองเบงกาซีตก ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีระบุว่า เห็นเครื่องบินในสภาพไฟลุกท่วมร่วงลงสู่พื้นดิน นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงปืนใหญ่และเสียงปืนดังขึ้นในระยะไกล

“เราเห็นรถถัง รถยนต์ และรถบรรทุกขีปนาวุธหลายคันของกัดดาฟีประจำการอยู่ในระยะไม่เกิน 5 กม. จากเบงกาซี” นักรบของกลุ่มต่อต้านกัดดาฟีอีกรายหนึ่งเล่าเหตุการณ์

“เมื่อวานนี้กองทัพของกัดดาฟียังตั้งอยู่ห่างจากเมืองเบงกาซี 60 กม. แต่วันนี้พวกเขารุกคืบเข้ามาอยู่ในรัศมี 20 กม. หมายความว่ากองทัพของกัดดาฟีจะบุกเข้าถึงได้ในเวลาเพียง 30-90 นาที” การิด อาเหม็ด นักรบของกลุ่มกบฏ ซึ่งประจำการอยู่ที่ทางด้านตะวันตกของเมือง กล่าว

เช่นเดียวกับสถานการณ์ในเมืองมิสราตา เมืองใหญ่อันดับ 3 ของลิเบีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏทางภาคตะวันตก ที่ยังคงมีการโจมตีอย่างดุเดือด แม้ว่าทางการจะประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม แพทย์รายหนึ่งระบุว่า พบหน่วยลอบยิงของกัดดาฟีแอบซุ่มอยู่ตามหลังคาบ้าน ขณะที่กองกำลังบางส่วนเดินหน้าค้นหาที่พักของกลุ่มกบฏ

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการโจมตี แต่รัฐบาลลิเบียยังยืนกรานปฏิเสธว่ากองกำลังของกัดดาฟีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ยังกล่าวหาว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเป็นผู้ฝ่าฝืนประกาศหยุดยิง ด้วยการโจมตีกองกำลังของทางการ

“กองกำลังติดอาวุธของเราทยอยถอยออกมาแล้ว แต่กลุ่มกบฏยังคงยิงปะทะ และกระทำการยั่วยุเราอย่างต่อเนื่อง” อิบราฮิม มูซา โฆษกรัฐบาล กล่าว

สอดคล้องกับคำกล่าวของคาเล็ด กาอิม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลิเบีย ที่ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้กระทำการโจมตีโดยรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 18 มี.ค. พร้อมกันนี้ยังได้ร้องขอให้จีน เยอรมนี มอลตา และตุรกี ส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาตรวจสอบว่าลิเบียปฏิบัติตามคำประกาศหยุดยิง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศยังให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า หากต่างชาติเข้ามาแทรกแซงลิเบีย ประเทศเพื่อนบ้านจะร่วมกับลิเบียในการยืนหยัดสู้กับนานาชาติ

“หากลิเบียถูกโจมตีจากภายนอก หรือมีการแทรกแซงจากต่างชาติ คุณจะไม่ได้เห็นเพียงแค่ชาวลิเบีย แต่คุณจะเห็นพลเมืองจากอียิปต์ ตูนิเซีย และแอลจีเรีย พวกเขาทั้งหมดจะยืนหยัดเพื่อต่อสู้ร่วมกับลิเบีย” กาอิมกล่าวก่อนหน้าที่จะเกิดปฏิบัติการทางอากาศถล่มเมืองเบงกาซี

ด้านประธานาธิบดี โมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย ออกโรงประณามว่ามติของยูเอ็นไร้ซึ่งความชอบธรรม

“มันเป็นการล่าอาณานิคมอย่างชัดเจน มติดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อเขตเมดิเตอร์เรเนียนและยุโรป” กัดดาฟีกล่าวกับอัลจาซีรา

ด้านซูซาน ไรซ์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น เห็นว่าพฤติกรรมของกัดดาฟีในขณะนี้เป็นการละเมิดมติของยูเอ็น ขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กล่าวไม่กี่ชั่วโมงหลังยูเอ็นมีมติห้ามบินว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ลิเบียทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เฉพาะบริเวณที่ยึดครองของฝ่ายต่อต้าน โดยเรียกร้องให้กองกำลังของกัดดาฟีถอนออกจากเมืองซาวิยาห์ มิสราตา และยุติการรุกคืบเข้าไปยังเมืองเบงกาซีและพื้นที่ทางตะวันออกทั้งหมด พร้อมเร่งฟื้นฟูไฟฟ้า น้ำประปาและแก๊สในทุกพื้นที่ และยอมให้การบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมเข้าถึงประชาชน

ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีระลอกล่าสุด มีขึ้นก่อนหน้าการประชุมฉุกเฉินของนานาชาติ ซึ่งมีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ เพื่อหารือว่าจะใช้มาตรการทางทหารต่อกองทัพลิเบีย จะเปิดฉากขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสนี้ มีทั้งผู้นำอาหรับ รวมถึงฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเข้าร่วมด้วย

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา