
ลิเบียใกล้ลุกเป็นไฟ-ยูเอ็นเปิดทางตะวันตกยกทัพถล่ม
กองกำลังประเทศตะวันตกตบเท้าเตรียมบุกลิเบีย ฝ่ายกัดดาฟี ลั่นใครกล้าบุกเตรียมพบนรกบนดิน ขณะที่ประเทศตะวันออกกลางอื่นๆยิ่งระอุหนักลามจากบาห์เรนถึงซาอุฯ
กองกำลังประเทศตะวันตกตบเท้าเตรียมบุกลิเบีย ฝ่ายกัดดาฟี ลั่นใครกล้าบุกเตรียมพบนรกบนดิน ขณะที่ประเทศตะวันออกกลางอื่นๆยิ่งระอุหนักลามจากบาห์เรนถึงซาอุฯ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สถานการณ์ในลิเบียส่อเค้ากลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ เมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติให้กำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย เพื่อสกัดกั้นมิให้กองกำลังที่ภักดีต่อ โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียใช้การโจมตีทางอากาศถล่มกองกำลังฝ่ายกบฎ ทั้งยังมีมติเปิดทางให้ประเทศตะวันตกส่งกำลังทหารเข้าสู้เผชิญหน้ากับกองกำลังของกัดดาฟี หลังจากที่ผู้นำลิเบียประกาศบดขยี้ฝ่ายกบฎอย่างปราศจากความปราณี จนฝ่ายกบฏต้องร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจากต่างชาติ ก่อนที่จะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
แหล่งข่าวในรัฐบาลฝรั่งเศสเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า กองกำลังชาติตะวันตกอาจประกอบด้วยทหารจากกองทัพฝรั่งเศส อังกฤษ และอาจรวมถึงกำลังทหารจากสหรัฐ และอาจมีชาติอาหรับเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ โดยล่าสุด ฟรังซัวส์ บารวง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสแถลงว่า ปฏิบัติการทางทหารจะเริ่มขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้ หลังจากที่ ยูเอ็นเอสซี เปิดทางให้กับการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพตะวันตก ด้วยการประกาศเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย
โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้ มิได้มีจุดประสงค์เพื่อยึดครองลิเบีย แต่เพื่อปกป้องประชาชนชาวลิเบีย และสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของชาวลิเบีย ด้วยการล้มล้างรัฐบาลกัดดาฟี โดยที่ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศผู้นำในการเรียกร้องให้นานาชาติเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลิเบียด้วยกำลังทหาร
ด้าน เดวิเด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศส่งกำลังทหารร่วมในปฏิบัติการที่ลิเบียตามมติ ยูเอ็นเอชซี ส่วน วิลเลียม เฮก รับมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่า มาตรการของ ยูเอ็น มีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดที่เลวร้ายลง และสกัดกั้นมิให้ กัดดาฟี ทำร้ายประชาชน คาดว่า กองทัพอากาศอังกฤษจะส่งเครื่องบินรบรุ่นทอร์นาโดพร้อมอาวุธครบครัน จากฐานทัพในสกอตแลนด์เข้าถล่มทัพกัดดาฟี นอกจากนี้ ยังมีเรือรบ 2 ลำประจำการในทะเลเมดิเตอเรเนียน
ด้านรัฐมนตรีกลาโหมนอร์เวย์ยืนยันว่า จะส่งกำลังทหารเข้าร่วมเช่นกัน รวมถึงเบลเยียม ที่พร้อมส่งกำลังทหารในนามของ นาโต
ประเทศอาหรับที่ประกาศเข้าร่วมแล้ว คือ กาตาร์ อย่างไรก็ตาม ขณะที่ อามีร์ มูสซา เลขาธิการสันนิบาตอาหรับกล่าวว่า มิตของ ยูเอ็นเอชซี มีเป้าหมายเพื่อปกป้องพลเรือน โดยมิได้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้กำลังทหารบุกรุก ส่วประเทศอาหรับที่จะส่งกำลังทหารเข้าร่วมนั้น ถือเป็นการกระทำในระดับทวิภาคี เนื่องจากมติของสันนิบาติอาหรับมีเพียงตอบรับกับ ยูเอ็นเอชซี เท่านั้นมิได้ครอบคลุมถึงการตัดสินใจกระทำการใดๆ ต่อไปของแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ รัสเซียปฏิเสธไม่เข้าร่วมในการส่งกองทัพบุกลิเบีย หลังจากที่รัสเซียถอนตัวจากการออกเสียงในมติใช้มาตรการทางทหารต่อลิเบีย เช่นเดียวกับจีนที่ถอนตัวจากการออกเสียงเช่นกัน ทั้งที่ 2 ประเทศมีสิทธิที่จะวีโต้ ในฐานะที่เป็นสมาชิกหลักของ ยูเอ็นเอชซี ทั้ง 5 ประเทศ
ทูตรัสเซียประจำ ยูเอ็น ยังแสดงความกังวลว่า การโจมตีทางอากาศต่อลิเบียอาจส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรมต่อพลเรือน ส่วนจีนแสดงท่าทีระมัดระวังในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ขณะที่ตุรกี คัดค้านการแทรกแซงโดยต่างชาติ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในลิเบียหยุดยิง
ปฏิกิริยาของฝ่าย กัดดาฟี เป็นไปอย่างดุเดือด โดยผู้นำลิเบียประกาศลั่นก่อนที่ ยูเอ็นเอชซี จะมีมติเปิดทางให้โจมตีได้ว่า ใครก็ตามที่โจมตีลิเบีย จะเผชิญกับนรกทั้งเป็น พร้อมลั่น หากทั้งโลกบ้าคลั่ง ตนและพวกก็พร้อมที่จะบ้าคลั่งตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า รัฐบาลลิเบียปฏิเสธที่จะปิดน่านฟ้า แม้ว่าหลังจากมีมติของ ยูเอ็นเอซี รัฐบาลในยุโรปได้ประกาศห้ามเครื่องบินพลเรือนเดินทางไปยังลิเบีย
สถานการณ์ในบาห์เรนยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง เมื่อชาวบาห์เรนนิกายชีอะห์ไม่แยแสต่อประกาศกฎอัยการศึกของผู้ปกครองประเทศซึ่งเป็นมุสลิมนิกายสุนหนี่ รวมตัวกันนับพันคนอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นพิธีศพของผู้ประท้วง ซึ่งเสียชีวิตจากการปราบปรามโดยรัฐบาล ล่าสุด กาตาร์ได้ส่งกำลังเข้าช่วยเหลือรัฐบาลบาห์เรนควบคุมการลุกฮือของประชาชน จากที่ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียได้ส่งกำลังเข้าสู่บาห์เรนเช่นกัน ทว่า ผู้นำนิกายชีอะห์ในอิหร่านประณามการกวาดล้างประชาชนของรัฐบาลบาห์เรน และเรียกร้องให้ชาวชีอะห์ลุกฮือต่อไป
การลุกฮือในตะวันออกกลางยังลุกลามไปถึงซาอุดีอาระเบีย เมื่อชาวซาอุดีอาระเบียนิกายชีอะห์หลายร้อยคนรวมตัวกันประท้วงการกวดล้างในบาห์เรน และเรียกร้องให้กองทัพซาอุดีอาระเบียถอนกำลังจากประเทศนั้น
จากแนวโน้มการลุกฮือที่ก่อตัวขึ้น ยังผลให้กษัตริย์อับดุลลาห์ แห่งซาอุดีอาระเบียสั่งให้มีการแจกจ่ายเงินให้กับประชาชนมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ และเตรีนมสร้างงานอย่างขนานใหญ่ในประเทศ







