
ต่างชาติอพยพหวั่นกัมมันตรังสีรั่ว
ยุโรปเตือนประชากรเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่น หวั่นได้รับอันตรายจากกัมมันตรังสีหลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ด้านกรุงโตเกียวเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าแล้ว
ยุโรปเตือนประชากรเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่น หวั่นได้รับอันตรายจากกัมมันตรังสีหลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ด้านกรุงโตเกียวเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าแล้ว
การระเบิดรุนแรงระลอกที่สองบริเวณปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกุชิมา ไดอิชิ ในจังหวัดฟูกุยามได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยและทำงานในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนได้อพยพเดินทางออกนอกญี่ปุ่นเป็นการด่วนแล้ว
ทั้งนี้ แม้จะมีคำยืนยันจากเจ้าหน้าญี่ปุ่นว่า สาเหตุของการระเบิดมาจากก๊าซไฮโดรเจน และไม่มีกัมมันตรังสีใดๆ รั่วไหล กระนั้นก็ตามทางด้านกองเรือที่ 7 ของสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่าได้สั่งเคลื่อนย้ายกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 7 ซึ่งลอยลำอยู่บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของญีปุ่นใกล้กับโรงไฟฟ้าดังกล่าวให้ถอยห่างออกไปในทันที หลังจากที่ตรวจจับพบสารกัมมันตรังสีในระดับต่ำได้ทั้งที่อยู่ห่างจากโรงงานดังกล่าวไปกว่า 100 ไมล์ หรือ 170 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามสหรัฐยืนยันว่าระดับสารกัมมันตรังสีที่ตรวจพบนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ด้าน เอริค เบสซง รัฐมนตรีนิวเคลียร์ของฝรั่ง ซึ่งเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ได้ให้ความเห็นว่าสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นนั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขึ้น โดยสถานการณ์ดังกล่าวมีความน่าวิตกกังวลมากที่สุด และไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าจะเกิดหายนะจากนิวเคลียร์หรือไม่
"อุบัติเหตุนิวเคลียร์ครั้งนี้รุนแรงขึ้น เมื่อเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสี และขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดหายนะ"เอริคกล่าว
จากความเห็นของหลายฝ่ายที่ออกมาส่งผลให้หลายชาติในยุโรปขอให้ประชาชนวางแผนเดินทางออกจากญี่ปุ่น โดยทางฝรั่งเศสได้ขอให้ประชาชนออกจากพื้นที่กรุงโตเกียวนาน 3 วัน ทั้งระบุว่าไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อไปในโตเกียว ถ้าหากเกิดการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ขึ้น ซึ่งจะทำให้สารกัมมันตรังสีแผ่มายังกรุงโตเกียวได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ด้าน สถานทูตเยอรมนี ในกรุงโตเกียวได้เปิดให้เป็นที่พักชั่วคราวของเจ้าหน้าที่ทูต แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางออกจากญี่ปุ่นแล้ว ขณะที่ อัลแบร์โต ซัคเชอร์โรนี โค้ชทีมชาติญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่ได้บินกลับอิตาลีไปตั้งแต่วันเสาร์แล้ว และยังไม่มีกำหนดบินกลับมาญี่ปุ่น
สำหรับสหรัฐแม้ว่าจะยังไม่ประกาศชัดให้ประชาชนออกจากญี่ปุ่นแต่ก็ได้ขอให้ชาวสหรัฐเลี่ยงการเดินทางไปโดยไม่จำเป็นส่วนทางด้านภาคธุรกิจต่างชาติในกรุงโตเกียวนั้น ยังคงขอให้เจ้าหน้าที่อยู่ทำงานต่อไป แต่ให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากญี่ปุ่นไปก่อน โดย มาร์ติน จอรืดี ประธานกลุ่ม อัลคาเทล-ลูเซนต์ ญี่ปุ่น กล่าวว่า ได้ขอให้เจ้าหน้าที่บริษัทส่งครอบครัวกลับประเทศไปแล้ว ส่วนตัวเจ้าหน้าที่ยังขอให้ทำงานอยู่เพื่อเป็นการเคารพต่อเพื่อนร่วมงานในทีมที่เป็นชาวญี่ปุ่น
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่างโททัล ของฝรั่งเศสยังเสนอแผนอพยพเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นออกจากกรุงโตเกียวไปยังเมืองฟุกูโอกะทนด้วย ซึ่งทางบริษัทได้สำรองโรงแรมไว้จำนวนมากแล้ว
ทั้งนี้ ที่กรุงโตเกียวนั้น เริ่มประสบกับปัญหาขาดไฟฟ้าในบางพื้นที่แล้ว และเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 333,000 ครัวเรือน ทางการต้องประกาศใช้แผนหยุดปล่อยกระแสไฟฟ้าชั่วคราวขึ้น ในพื้นที่กรุงโตเกียวขึ้น โดยจะกินเวลานานราว 2 ชั่วโมงเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. เป็นต้นไป โดยย่านที่จะได้รับผลกระทบนั้นอยู่ที่เขตอิบารากิ และ ชิซูโอกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว
ขณะที่สิงคโปร์ ได้ประกาศให้ดำเนินการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นว่าเกิดการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีหรือไม่ อันเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า







