
เร่งลดความร้อนเตานิวเคลียร์หมายเลข2
เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำทะเลเข้าระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข2 ของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา หลังระบบหล่อเย็นหยุดทำงาน พร้อมเตรียมเจาะอาคารระบายไฮโดรเจนป้องกันการระเบิด
เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำทะเลเข้าระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข2 ของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา หลังระบบหล่อเย็นหยุดทำงาน พร้อมเตรียมเจาะอาคารระบายไฮโดรเจนป้องกันการระเบิด
สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น รายงานว่า ช่างเทคนิคของ บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ ได้เริ่มสูบน้ำเข้าไประบายความร้อนในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ในโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ หลังจากระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์หมายเลข2 ได้หยุดทำงาน
นายยูกิโอะ เอดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่า ขณะนี้ระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ภายในโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ ไม่ทำงานแล้ว และระดับน้ำที่ใช้หล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลดลง เจ้าหน้าที่จึงต้องสูบน้ำทะเลเข้าไประบายความร้อนให้กับเตาปฏิกรณ์
ทั้งนี้รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิดที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 เช่นเดียวกับที่เกิดกับเตาปฏิกรณ์หมายเลข1 และหมายเลข 3 โดย บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ กำลังพิจารณาว่าอาจเลือกเจาะรูที่ตัวอาคารเพื่อระบายก๊าซไฮโดรเจนออกมา
"ผู้บริหารโรงไฟฟ้าตระหนักดีว่าการระเบิดสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อพยายามลดแรงดันภายในคอนเทนเนอร์ที่ครอบเตาปฏิกรณ์ แต่ไม่มีทางเลือก หากต้องการจะหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาเตาปฏิกรณ์หลอมละลาย"โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าว
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ 20 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้ารวม 210,000 คนแล้ว และมีรายงานว่า 160 คนอาจได้สัมผัสกับสารกัมมันตรังสี
สื่อมะกันอางทหารสหรัฐได้รับกัมมันตรังสีเข้มข้น
หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐว่า เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ที่แล่นผ่านหมอกกัมมันตรังสีที่แพร่ออกมาจากเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ขณะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในญี่ปุ่น ได้ทำให้ ลูกเรือคนหนึ่งได้รับสารกัมมันตรังสีในปริมาณเข้มข้น ขนาดเท่ากับปริมาณที่ได้รับเป็นเวลา 1 เดือน ทั้งที่ช่วงเวลาผ่านกลุ่มควันมหันตภัยนั้นนานเพียง 1 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่าลูกเรือรายนี้มีอาการผิดปกติ แต่เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า กระแสลมกำลังพัดพาให้ฝุ่นกัมมันตภาพรังสีแพร่กระจายไปในอากาศ







