
ซาอุฯปลุกม็อบไม่สำเร็จ
ม็อบซาอุฯ ปลุกกระแสปฏิวัติดอกมะลิไม่สำเร็จ นัดครั้งแรกล่ม ด้านเยเมนบาห์เรนปะทะเดือด ตำรวจบุกสลายม็อบ
ม็อบซาอุฯ ปลุกกระแสปฏิวัติดอกมะลิไม่สำเร็จ นัดครั้งแรกล่ม ด้านเยเมนบาห์เรนปะทะเดือด ตำรวจบุกสลายม็อบ
สถานการณ์ในซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค. ซึ่งเรียกว่า “วันแห่งความเดือดดาล” หรือ “11 มี.ค. ปฏิวัติซาอุ” เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และยังไม่มีรายงานเหตุวุ่นวาย หลังกองกำลังความมั่นคงใช้มาตรการควบคุมเพื่อสกัดกั้นการนัดรวมพลครั้งใหญ่ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ จนล้มเหลวไม่เป็นท่า
แหล่งข่าวจากนักเคลื่อนไหวกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า หลังเสร็จสิ้นการสวดมนต์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนในเมืองโฮฟัฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงริยาดไปทางตะวันออก 300 กิโลเมตร พากันออกมาชุมนุม โดยในจำนวนนี้มี 3 คนถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมตัวไป
ที่เมืองกาตีฟ ซึ่งก่อนหน้านี้ เกิดเหตุโกลาหลเมื่อเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงถล่มกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คนนั้นสถานการณ์เป็นไปอย่างเงียบสงบ โดยมีรายงานว่าเมื่อช่วงดึกของวันศุกร์ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ประท้วงราว 200 คน ออกมาชุมนุมกันบริเวณใกล้ๆ เมืองกาตีฟ ซึ่งการชุมนุมจบลงอย่างสันติ ไม่มีรายงานการจับกุมกลุ่มผู้ประท้วง
เช่นเดียวกับในกรุงริยาด สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า การชุมนุมที่ล้มเหลวในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนว่า แม้ชาวซาอุฯ จะกระหายการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ชาวซาอุฯ ยังไม่พร้อมสำหรับการปฏิรูป
ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเห็นว่า สาเหตุที่การนัดรวมผลครั้งแรกล้มเหลว เนื่องจากการประท้วงครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่อยู่นอกประเทศ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในท้องถิ่น
แต่ทว่า แม้สถานการณ์ในซาอุฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่เหตุประท้วงในเยเมนและบาห์เรนกลับเป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อตำรวจเยเมนเปิดฉากยิงด้วยกระสุนจริงและใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งปักหลักอยู่บริเวณจัตุรัสมหาวิทยาลัยซานา เมื่อเช้าตรู่วันที่ 12 มี.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 300 คน
ขณะที่ตำรวจบาห์เรนใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางยิงสกัดไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลมุ่งหน้าไปยังพระราชวังของกษัตริย์และสมาชิกแห่งราชวงศ์บาห์เรน







