
ลิเบียยังวุ่นน้ำมันจ่อทุบสถิติอีก
ตลาดน้ำมันโลกผันผวนหนัก สถานการณ์ลิเบียลุ่มๆ ดอนๆ ราคาในตลาดปรับลงเพียงวันเดียวก่อนที่จะพุ่งอีกครั้ง หลังแผนสันติภาพสะดุด
ตลาดน้ำมันโลกผันผวนหนัก สถานการณ์ลิเบียลุ่มๆ ดอนๆ ราคาในตลาดปรับลงเพียงวันเดียวก่อนที่จะพุ่งอีกครั้ง หลังแผนสันติภาพสะดุด
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดกลับขึ้นมาจ่อระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีอีกครั้ง หลังจากที่กลุ่มผู้ลุกฮือต่อต้าน โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ปฏิเสธแผนสันติภาพ ขณะที่ กัดดาฟี ส่งกองกำลังทางอากาศถล่มเมืองเบรกา ฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏและเมืองท่าน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งระดมทัพทหารรับจ้างจากนานาประเทศในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมาลี ซึ่งเจ้าหน้าที่รายงานว่ามีกำลังทหารรับจ้างถึง 200-300 นาย แทรกซึมเข้าลิเบียตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
จากสถานการณ์ในลิเบียที่ส่อเค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ยังผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กที่เคยปรับลงเกือบ 2 เหรียญสหรัฐก่อนหน้า กลับดีดขึ้นมาเกือบ 1 เหรียญสหรัฐ หรือที่ 92 เซนต์ มาอยู่ที่ 102.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงซื้อขายระหว่างวัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบแหล่งเบรนต์ในตลาดลอนดอนปรับขึ้นมา 1.01 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 115.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ใกล้เคียงกับระดับเมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2551 อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แสดงความเห็นกับสำนักข่าวเอพี ว่า ราคาน้ำมันอาจมีเสถียรภาพอีกครั้งหากวิกฤตการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางไม่ขยายวงจนลุกลามไปถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ หลังจากที่ความวุ่นวายในลิเบียยังผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศหายไปถึง 1 ล้านบาร์เรล จากกำลังการผลิตทั้งหมด 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดน้ำมัน
“ตราบใดที่เหตุจลาจลไม่ลุกลามไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ หรือซาอุดีอาระเบีย หรือสถานการณ์ในบาห์เรน เยเมน หรืออิหร่านเลวร้ายลง ตราบนั้นปริมาณการส่งจ่ายน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียและคูเวต ก็มากพอที่จะทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากลิเบีย” รายงานจากบริษัท คาเมรอนแฮนโนเวอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุ
ด้าน ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ชี้แจงกับสภาคองเกรสว่า นานาประเทศทั่วโลกสามารถผลิตน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อทดแทนและมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ หากเกิดภาวะออยล์ช็อกอีกครั้งจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะจับตาสถานการณ์ในภูมิภาคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อหาหนทางรับมือหากการผลิตน้ำมันหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน
ทั้งนี้ ไกธ์เนอร์ ยืนยันกับบรรดา สมาชิกรัฐสภาว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐยังไม่ส่อเค้ารุนแรง ทว่ารัฐบาลจะผลักดันมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อป้องกันมิให้เกิดแรงกดดันด้านราคาจากภาวะพลังงานถีบตัวสูงขึ้น และภาวะขาดแคลนอาหารดังที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำทั่วโลก







