posttoday
หนูลองยา

หนูลองยา

21 กุมภาพันธ์ 2554

วันนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา ก็ได้หารือถึงปัญหาข้อพิพาททางชายแดนไทยและกัมพูชากันแล้ว ผมอยากจะบอกว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปีของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะเข้าไปยุ่งกับปัญหาของประเทศสมาชิก

วันนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา ก็ได้หารือถึงปัญหาข้อพิพาททางชายแดนไทยและกัมพูชากันแล้ว ผมอยากจะบอกว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปีของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะเข้าไปยุ่งกับปัญหาของประเทศสมาชิก

โดย...ธนพล ไชยภาษี

วันนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา ก็ได้หารือถึงปัญหาข้อพิพาททางชายแดนไทยและกัมพูชากันแล้ว ผมอยากจะบอกว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปีของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่จะเข้าไปยุ่งกับปัญหาของประเทศสมาชิก

ในขณะที่ยังสับสนตีความมั่วๆ กันอยู่ โดยไทยบอกว่ายังเป็นปัญหาทวิภาคี ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยอาเซียนจะเป็นเพียงตัวกลางไม่ได้เข้ามายุ่งเท่านั้น ส่วนกัมพูชาก็บอกว่า ปัญหานี้ไม่ได้เป็นทวิภาคีอีกต่อไป เพราะอาเซียนจะเข้ามายุ่งด้วยตามคำเรียกร้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ที่ผมพาดหัวไว้ว่า “หนูลองยา” นั้น เพราะกรณีข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา กำลังจะกลายเป็นบททดสอบสำคัญประการหนึ่งของอาเซียน ว่าแล้วในที่สุดเส้นทางสู่การสร้างประชาคมความมั่นคงของอาเซียนนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่

ย้อนกลับไปในอดีต อาเซียนไม่เคยเข้าไปยุ่งจุ้นจ้านเรื่องภายในของสมาชิก แม้กระทั่งสมาชิกกระทบกันอาเซียนก็ไม่เข้าไปยุ่ง ดังกรณีแย่งหมู่เกาะเล็กๆ แถวทะเลโซโลระหว่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์ การแย่งเกาะเล็กๆ แถวด้านตะวันออกของเกาะบอร์เนียวระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ตลอดไปจนถึงกรณีความไม่พอใจระหว่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์ต่อปัญหาการทำร้ายแม่บ้านและแรงงานตากาล็อกในมาเลเซีย

ไหนจะปัญหาข้อพิพาทระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ เรื่องการส่งน้ำขายกันอีก เรื่องเหล่านี้ ทั้งๆ ที่ถือเป็นเรื่องที่อาจจะลุกลามเป็นภัยต่อความมั่นคงของอาเซียน แต่อาเซียนก็ไม่เคยจะเข้าไปยุ่ง แม้กระทั่งกรณีข้อพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะสแปรทลีย์ ที่มีสมาชิกอาเซียนเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยมากมาย ตลอดจนปัญหาการเมืองในพม่าก่อนหน้านี้ อาเซียนก็ยังไม่กล้าเข้าไปจุ้นครับเพราะอาเซียนยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกที่ใช้กันมานานกว่า 40 ปีแล้วนั่นเอง

แต่สำหรับกรณีของไทยและกัมพูชานั้น มีความพิเศษอยู่ 2 ประการคือ 1.เป็นเสียงเรียกร้องจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้อาเซียนเข้าไปยุ่ง 2.เป้าหมายของการเป็นประชาคมความมั่นคงของอาเซียนที่ถกเถียงกันมาระยะหนึ่งแล้วว่า อาเซียนควรจะมีกลไกเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศสมาชิกหรือไม่ เช่นกองกำลังสันติภาพอาเซียน แต่ทว่าในกฎบัตรอาเซียนก็ระบุชัดว่า “ไม่มี” และยังไม่มีการระบุถึงบทลงโทษต่อประเทศสมาชิกที่กระทำผิดต่อกฎบัตรอาเซียนด้วย

ดังที่เห็นจากข้อ 1 และ 2 ข้างบนนี้นั้นถือว่ามีความขัดแย้งกันในตัวครับ เพราะสหประชาชาติสั่งมาให้ยุ่ง แต่โดยตัวเองและบทบาทของอาเซียนแล้ว ยังขาดกลไกที่จะเข้ามายุ่งในปัญหานี้ครับ

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา