
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก หลังร่วงทั้งสัปดาห์ นักลงทุนกังวลอิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดบวกวันศุกร์ แต่ S&P 500 และ Nasdaq ลดลงทั้งสัปดาห์ หลังนักลงทุนจับตาบอนด์ยีลด์และความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันศุกร์ (21 ส.ค.) แต่ดัชนีหลักปรับตัวลดลงตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ยุติสถิติปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ ขณะที่ Dow Jones ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นปิดลบเมื่อวันพฤหัสบดี หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดฟื้นตัวในวันพุธเมื่อบอนด์ยีลด์ลดลง
ด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลอาจเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอีก หลังจากประกาศเมื่อวันพุธว่าจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนหนี้บางรายการเป็น 2 เท่าจากที่ตลาดคาดการณ์
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันศุกร์ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน โดยภาคบริการขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ส่งผลให้กิจกรรมทางธุรกิจโดยรวมเร่งตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แม้ภาคการผลิตชะลอตัวจากการลดการสะสมสินค้าคงคลังและปัญหาด้านอุปทานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
ขณะเดียวกัน UBS Global Wealth Management ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 ณ สิ้นปีเป็น 8,100 จุดจากมุมมองแนวโน้มผลประกอบการและกำไรบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้น
ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 517.80 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 53,277.01 จุด
ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 33.21 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 7,674.37 จุด
และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 113.29 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 26,180.46 จุด
แต่เมื่อพิจารณาตลอดสัปดาห์ S&P 500 ลดลง 1.43% Nasdaq ลดลง 2.05% และ Dow Jones ลดลง 0.85% ส่วนดัชนี Russell 2000 ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดเล็ก ลดลง 1.65% ถือเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อ โดยสัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจตึงตัวมากขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 94.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 3,250 บาท) เพิ่มขึ้น 0.65%
ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 87.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 3,000 บาท) เพิ่มขึ้น 0.26%
โดยตลอดสัปดาห์ Brent เพิ่มขึ้น 6.39% และ WTI เพิ่มขึ้น 5.66%
ด้าน ทองคำ ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน และมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 2.4% แตะ 4,623.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 159,000 บาท)หลังระหว่างวันพุ่งแตะ 4,631.99 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และแผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ปิดเพิ่มขึ้น 2.4% ที่ 4,680.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 161,000 บาท)







